ปาฏิหาริย์แห่งการหยุดคิด

หนทางสู่ความความเมตตา รักแท้ คุณค่าชีวิต และการตื่นรู้
จำนวน :

1

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10

225.00 บาท

191.25 บาท

"คุณประหยัดไป 33.75 บาท (15.00 %)"

"จำนวนคะแนนที่ได้รับ 7 แต้ม"

Add to cart Add to Wish List

สินค้าที่เกี่ยวข้องดูทั้งหมด >

ข้อมูลเพิ่มเติม

รายละเอียด

ปาฏิหาริย์แห่งการหยุดคิด

ปาฏิหาริย์แห่งการหยุดคิดเป็นหนังสือที่ให้แง่คิดชีวิตเกี่ยวกับหนทางไปสู่ความความเมตตา รักแท้ คุณค่าชีวิตและการตื่นรู้ ภาคที่ 1 ความรัก ความคิด คืออัตตา อัตตาจะอยู่ร่วมกับความรักไม่ได้ ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ ความรักก็ยิ่งไกลห่าง เมื่อหยุดคิด รักแท้จะปรากฏโดยไม่ต้องแสวงหา ภาคที่ 2 เมตตาเพื่อนมนุษย์ เมื่อคนๆหนึ่งหยุดคิดถึงตัวเองได้ คำว่า “เธอ” กับ “ฉัน” จะหายไป เหลือแต่คำว่า “เรา” ภาคที่ 3 คุณค่าชีวิต หยุดคิดไม่ได้ ก็เริ่มต้นใช้ชีวิตไม่ได้ ภาคที่ 4 จิตตื่นรู้ หนทางแห่งการตื่นรู้ หนทางสู่ความเมตตา รักแท้ คุณค่าชีวิต และการตื่นรู้

สารบัญ

    • ภาคที่ 1 ความรัก
    • เมตตาเพื่อนมนุษย์
    • คุณค่าชีวิต
    • จิตตื่นรู้

เนื้อหาปกหลัง

อย่าจมอยู่ในโลกของความคิดตลอดเวลา จงหยุดใช้ความคิดของท่านชั่วคราว เพื่อให้ท่านมองเห็นความคิดในฐานะที่มันไม่ใช่ตัวตนของท่านบ้าง แล้วจิตใจที่เคยหลับใหลของท่านจะตื่น ความเห็นแก่ตัวจะกลายเป็นความเมตตา คนอื่นจะไม่ใช่คนอื่น แต่จะกลายเป็นคนในครอบครัวของท่าน แล้วท่านจะไม่ตามหาความรักอีกต่อไป เพราะท่านจะกลายเป็นตัวตนของความรัก นั่นคือคุณค่าชีวิตที่ท่านจะได้จากการหยุดคิด และเป็นปาฎิหาริย์อันเกิดจากการที่ท่านฝึกฝนตนเอง ให้เป็นผู้อยู่เหนือความคิดได้สำเร็จ

รีวิวโดยนักเขียน

โลกของความคิดนำมาซึ่งตัวตน ตราบใดที่เรายังใช้ชีวิตผ่านทัศนคติว่ามีตัวตน ชีวิตก็ยังไม่ได้เริ่มต้นเดินทาง ชีวิตที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อเราตระหนักได้ว่า เราจำเป็นต้องใช้ชีวิตโดยผ่านทัศนคติของการไร้ตัวตน ทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตเพื่อทำลายความเป็นเรา เป็นเขา เพื่อทำลายการแบ่งแยกต่างๆ สิ่งนี้คือเรื่องที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งที่สุดในชีวิตคนเรา ทุกวันนี้โลกมีชุดความรู้อยู่สองระบบ หนึ่ง คือ ชุดความรู้ที่สร้างอัตตาตัวตนให้แน่นหนา สอง คือ ชุดความรู้ที่ใช้เพื่อทำลายอัตตาตัวตนให้ราบคาบ ความรู้สองชุดนี้เป็นความรู้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลายสิ่งถ้าดูผิวเผิน คล้ายว่าจะเหมือนกัน แต่ที่จริงแตกต่างกันสิ้นเชิง คนหนึ่งคิดว่า ฉันจะสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อให้โลกจดจำ จะทิ้งความดีไว้ จะฝากอะไรไว้ให้โลกเพื่อให้ผู้คนระลึกถึง ส่วนอีกคนคิดว่า ฉันผ่านมาเพื่อผ่านไป ฉันจะอยู่เพื่ออยู่ ทำเพื่อทำทุกอย่างล้วนเป็นมายาสมมุติ คนหนึ่งคิดว่า ทำอย่างไรฉันจึงจะมองโลกแง่บวกตลอดเวลา ส่วนอีกคนคิดว่า ความคิดไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ความคิด ฉันจึงมีหน้าที่สังเกตความคิดไปตามความเป็นจริง คนหนึ่งมองว่า จะใช้ความรักเพื่อเติมเต็มความสุข อยากให้ความรักสวยงามและคงอยู่ตลอดไป ส่วนอีกคนมองว่าจะใช้ความรักเพื่อทำลายอัตตาตัวตน ความรักไม่ใช่เรื่องของความสัมพันธ์ แต่เป็นเรื่องของการขัดเกลาจิตวิญญาณเพื่อรับใช้เพื่อนมนุษย์และคู่ครองของตัว หากเราทำความเข้าใจให้ดีจะเห็นได้ว่า สองทัศนคตินี้คล้ายจะเหมือนกน แต่ที่จริงต่างกันชนิดสุดขั้ว เป็นการทวนกระแสกันและกันชนิดกลับหัวกลับหาง สายหนึ่งเป็นการหลอมรวมอัตตาตัวตนให้หนาแน่นขึ้น อีกสายเป็นการทำลายอัตตาตัวตนให้สิ้นซาก ขอให้ท่านทั้งหลายจงสังเกตทัศนคติของตนให้ดีว่า ทัศนคติของท่านมีทิศทางลาดเอียงไปทางไหน เพราะสิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึก วิธีคิด วิธีพูด เป็นต้นกำเนิดของการแสดงออก เป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณที่ท่านจะใช้วิเคราะห์ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของท่านเอง ผู้ที่ใช้ชีวิตผ่านทัศนคติที่ต้องการทำลายอัตตา ย่อมมีความรู้สึกภายในแตกต่างจากผู้ใช้ชีวิตผ่านทัศนคติที่สร้างอัตตาอย่างสิ้นเชิง คำว่าสร้างอัตตานี้ไม่ได้หมายถึงอัตตาด้านชั่วร้ายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงอัตตาที่เป็นด้านดีงามด้วย เพราะตราบใดที่มีอัตตาย่อมมีทั้งอัตตาฝั่งดีงามและฝั่งชั่วร้ายอยู่เป็นของคู่กันเสมอ จะไม่มีใครในโลกที่มีทั้งด้านดีและชั่วร้าย ผู้ทำลายอัตตาย่อมไม่ต้องการอัตตาทั้งด้านมืดและด้านสว่าง เมื่อตั้งทัศนคติชีวิตว่าเราจะทำลายอัตตาแล้ว ระบบชีวิตในลักษะทวนกระแสจึงเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ชีวิตใหม่ที่ทวนกระแสนี้ย่อมมุ่งไปที่เรื่องภายในเป็นหลัก มุ่งไปที่การวางใจอยู่เหนือสิ่งเร้าภายนอก และใช้สิ่งภายนอกทั้งหมดเป็นเครื่องมือฝึกปรือ บ่มเพาะสิ่งที่อยู่ภายใน สิ่งนี้ได้เลยขอบเขตของการแบ่งแยกไปไกล อยู่เหนือความดีและเปลือกนอกของศาสนา เป็นแก่นแท้ของศาสนาที่เรียกกันว่า สัจธรรมสูงสุด ช่วงเวลานี้ ผู้ตั้งทัศนคติว่าจะใช้ชีวิตเพื่อทำลายอัตตาตัวตน ซึ่งย่อมมีลักษณะคล้ายพายุ ข้างนอกเร็วแรง ข้างในนิ่งเงียบ ความย้อนแย้งชนิดสุดขั้วนี้จำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้เพื่อรักษาสมดุล ต่อเมื่อรักษาสมดุลได้แล้ว บุคคลผู้นั้นย่อมได้รับชีวิตใหม่ เขาได้เกิดใหม่แล้วแม้ไม่มีความตายทางร่างกายมาเกี่ยงข้อง ตราบใดก็ตามที่เรายังใช้ชีวิตผ่านทัศนคติของการมีตัวตน ชีวิตก็ยังไม่ได้เริ่มต้นเดินทาง ชีวิตที่เป็นของจริงจะเริ่มต่อเมื่อเราตระหนักได้ว่า เราต้องใช้ชีวิตผ่านทัศนคติของการไร้ตัวตนเท่านั้น

พศิน อินทรวงศ์

รีวิวโดยสำนักพิมพ์

ท่ามกลางความเป็นไปของโลกและสังคมรอบตัว เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ทั้งทางวัตถุและค่านิยมต่างๆ ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้แต่พฤติกรรมของมนุษย์ที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นๆ เรื่องเหล่านี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากความคิดและอารมณ์ของมนุษย์เป็นปัจจัยหลัก ปาฏิหาริย์แห่งการหยุดคิด เป็นหนังสือที่ช่วยเตือนสติให้เราใช้ชีวิตช้าลง แล้วหันมาใคร่ครวญ พินิจพิจารณาพฤติกรรมที่ผ่านมา เพื่อทบทวนให้เห็นความเป็นจริงที่ถูกกิเลสปกปิดเอาไว้ การหยุดคิดก็คือเครื่องมืออย่างหนึ่งซึ่งเราใช้สติในการมองเข้าไปให้ตระหนักถึงแก่นแท้ของชีวิต ไม่ให้หลงพุ่งทะยานไปกับความคิดที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจนสติตามรู้แทบไม่ทัน สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะหวังว่า ข้อคิดดีๆ ที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตท่ามกลางปัญหาที่รุมล้อมเข้ามาประชิดตัวเราจนหาทางออกแทบไม่เจอ

สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

รีวิว

0 คะแนน จาก 0 คน

  • 5 Stars
    0
  • 4 Stars
    0
  • 3 Stars
    0
  • 2 Stars
    0
  • 1 Star
    0