เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า FIRST THEY KILLED MY FATHER

หนึ่งในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เหี้ยมที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 คนอ่อนแอต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ และความทรงจำที่แสนเลวร้ายจะอยู่กับผู้รอดชีวิตตลอดไป
จำนวน :

1

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10

329.00 บาท

279.65 บาท

"คุณประหยัดไป 49.35 บาท (15.00 %)"

"จำนวนคะแนนที่ได้รับ 11 แต้ม"

Add to cart Add to Wish List

สินค้าที่เกี่ยวข้องดูทั้งหมด >

ข้อมูลเพิ่มเติม

รายละเอียด

เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า FIRST THEY KILLED MY FATHER

หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวจากความทรงจำอันเลวร้าย ที่เกิดขึ้นกับชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นหนึ่งในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เหี้ยมโหดที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 นับเป็นความชั่วร้ายที่กินเวลายาวนานถึงสี่ปี เป็นช่วงเวลาที่ชาวกัมพูชามีชีวิตเหมือนตกนรก พวกเขาต่างต้องทำทุกวิถึทางเพื่อความอยู่รอด และความหวังว่าจะได้พบกับครอบครัวอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง เพราะคนที่อ่อนแอจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในยุคที่กัมพูชาอยู่ภายใต้การปกครองของเขมรแดง ในที่ที่มิตรภาพไม่มีความหมายอีกต่อไป ความหิวและความกลัวทำให้ทุกคนพร้อมจะหักหลังกัน ทำร้ายกันและกัน หรือไม่เช่นนั้นพวกเขาต่างก็ทำได้เพียงแค่รอ รอให้ถึงวันที่หมดลมหายใจไปเอง คนที่เข้มแข็งและมีความหวังเท่านั้นที่จะมีชีวิตรอดเช่นเธอ...หลง อึ้ง

คำนำ

ในวัยห้าขวบ ชีวิตที่สวยงามของ หลง อึ้ง ต้องพังทลายลง เมื่อเธอและครอบครัวถูกสั่งให้เดินเท้าออกจากกรุงพนมเปญพร้อมชาวเมืองอีกนับล้านเมื่อเขมรแดงเข้าปกครองประเทศ ก่อนที่บรรดาพ่อๆ ของครอบครัวจะหายไปทีละคนๆ ลูกที่โตแล้วถูกส่งไปค่ายแรงงาน ทิ้งแม่กับลูกเล็กเผชิญกับการทำงานหนักและความอดยากตามลำพัง ในที่สุดเพื่อความอยู่รอด แม่ต้องบอกลูกเล็กที่ยังเหลืออยู่กับตัว วัยเจ็ดขวบ สิบขวบ และสิบสองปีให้ออกจากบ้าน เดินไปคนละทิศ โดยหวังว่าสุดท้ายจะมีคนใดคนหนึ่งรอดชีวิต แทนที่จะตายกันหมดขณะที่หลงในวัยเจ็ดขวบเป็นเด็กที่สู้ยิบตา ไม่ยอมตายง่าย บอกกับจู พี่สาววัยสิบขวบว่า เธอฝันว่าวันหนึ่งครอบครัวจะกลับมามีอำนาจอีกครั้งเพื่อจะได้แก้แค้นคนที่ทำร้ายเธอ จูผู้สงบเสงี่ยม อ่อนโยน และไม่สู้คน ถามน้องสาว เธอจะจดจำเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ทำไม เธอฝันว่าวันหนึ่งโลกจะกลับมาสวยงานอีกครั้ง เพื่อเธอจะได้ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกความทรงจำที่น่าเศร้า หดหู่ สะเทือนใจของ หลง อึ้ง ที่จะทำให้เราเข้าใจถึงความบ้าคลั่งและโหดร้ายของสงคราม และตระหนักว่าเราคนไทยโชคดีมากที่รอดพ้นความรุนแรงของสงครามมาได้ ในขณะที่ทั่วทั้งอินโดจีนลุกเป็นไฟ

นรา สุภัคโรจน์

สารบัญ

    • ผังครอบครัว
    • พนมเปญ
    • ครอบครัวอึ้ง
    • ยึดครอง
    • อพยพ
    • เดินเจ็ดวัน
    • กรังทร็วป
    • ค่ายพักรอ
    • อังลุงทมอร์
    • โรเลียป
    • ค่ายแรงงาน
    • วันขึ้นปีใหม่
    • เกี๊ยล
    • พ่อ
    • ลิงน้อยของแม่

เนื้อหาปกหลัง

พ่อบอกว่า "จำไว้นะ พวกเราเป็นชาวนา พวกเขาต้องการอะไร ให้พวกเขาไปอย่าไปต่อล้อต่อเถียง ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พ่อจะเป็นคนพูดเองแล้วก็อย่าไปไหนเด็ดขาด จนกว่าพ่อจะบอกให้ไปได้" " พวกเขมรแดงโกหก เรากลับไปไม่ได้แล้ว ลูกต้องหยุดคิดไปเลยว่าเราจะได้กลับบ้าน ลูกต้องลืมพนมเปญซะ" "มิตรภาพไม่มีความหมายหรอกลูก พวกเขาอาจไม่มีทางเลือกก็ได้" "ความหิวและความกลัวทำให้ทุกคนพร้อมจะหักหลัง ทำร้ายกันและกัน" พ่อเดินจากไปโดยมีทหารขนาบข้าง ตัวของพ่อเล็กลงเรื่อยๆ ฉันยังคงโบกมือด้วยหวังว่าพ่อจะหันหลังกลับมาและโบกตอบ แต่พ่อไม่หัน ฉันมองพ่อเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหายลับไป ฉันรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แต่ใจของฉันไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นว่ามันหมายถึงอะไร

รีวิวโดยนักเขียน

ระหว่างปี ค.ศ. 1975 ถึง 1978 เขมรแดงได้สังหารชาวกัมพูชาอย่างเป็นระบบเป็นจำนวนราวสองล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด จากการประหารชีวิต ความอดยาก โรคภัยไข้เจ็บ และการทำงานอย่างหนักในค่ายแรงงาน นี่คือเรื่องราวการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของฉันและครอบครัว แม้เหตุการณ์เหล่านี้มาจากประสบการณ์ของฉันเอง แต่เรื่องราวชีวิตฉันคือกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตชาวกัมพูชานับล้าน หากคุณมีชีวิตอยู่ในกัมพูชาในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ นี่ก็น่าจะเป็นเรื่องราวชีวิตของคุณด้วยเช่นกัน

หลง อึ้ง

รีวิวโดยสำนักพิมพ์

"เอาของติดตัวไปให้น้อยที่สุด ข้าวของเครื่องใช้ของคนเมืองไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ทุกคนต้องออกจากเมือง อเมริกาจะทิ้งระเบิดถล่มเมือง" "ทุกคนต้องออกไปอยู่ต่างจังหวัดสักสองสามวัน รีบออกไปเดี๋ยวนี้" พวกทหารประกาศซ้ำๆ ซากๆ ฉันยกมืออุดหู ซุกหน้าลงบนอกของเกี๊ยบพี่สาววัยสิบสี่ปี พวกทหารยกปืนโบกไปมาเหนือหัว และยิงขึ้นฟ้าเพื่อให้เราทุกคนรู้ว่าพวกเขาพูดจริงทำจริง ทุกครั้งที่ปืนลั่น ผู้คนจะพากันผลักดันกันไปข้างหน้าเพื่อออกจากเมืองโดยเร็ว เมษายน ปี พ.ศ. 2518 กลุ่มทหารเขมรแดงภายใต้การนำของพลพต เข้ายึดกรุงพนมเปญ กวาดต้อนประชาชนให้ออกจากเมืองหลวง ผู้คนต่างพากันทิ้งบ้านเรือน หอบหิ้วของเท่าที่กำลังแขนจะมีแรง บ้างเดินเท้าด้วยฐานะ บ้างโชคดีมีรถหรือพาหนะอื่น พนมเปญที่เคยมีคนอาศัยอยู่มากกว่ 2 ล้านคนจึงกลายเป็นเมืองร้าง หลง อึ้ง เป็นบุตร 1 ใน 7 คนของครอบครัวที่พ่อเป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งสูงในรัฐบาลของนายพลลอนนอล ในวัยห้าขวบ เธอต้องอพยพออกจากบ้านของตัวเอง และต้องปิดบังชีวิตจริงเนื่องจากเขมรแดงหมายหัวว่าใครก็ตามที่เคยทำงานให้กับรัฐบาลคือคนที่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติ รวมถึงพระภิกษุ หมอ พยาบาล ศิลปิน ครู นักเรียน นักศึกษา แม้แต่คนที่ใส่แว่น ทหารจะมองว่าเป็นปัญญาชนรัฐบาลเขมรแดงมองว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์กลไกเป็นปีศาจและจะต้องถูกทำลาย ใครก็ตามที่พวกเขมรแดงเชื่อว่าสามารถเป็นผู้นำ ทำให้เกิดการลุกฮือต่อต้านจะถูกเก็บหมด "จำไว้จะ พวกเราเป็นชาวนา พวกเขาต้องการอะไร ให้พวกเขาไป อย่าไปต่อล้อต่อเถียง ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พ่อจะเป็นคนพูดเอง" พ่อสั่งพวกเราด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เรากลับไปไม่ได้แล้ว ลูกต้องหยุดคิดไปเลยว่าเราจะได้กลับบ้าน ลูกต้องลืมพนมเปญซะ" หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวจากความทรงจำอันเลวร้าย ที่เกิดขึ้นกับชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นหนึ่งในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เหี้ยมโหดที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 นับเป็นความชั่วร้ายที่กินเวลายาวนานถึงสี่ปี เป็นช่วงเวลาที่ชาวกัมพูชามีชีวิตเหมือนตกนรก พวกเขาต่างต้องทำทุกวิถึทางเพื่อความอยู่รอด และความหวังว่าจะได้พบกับครอบครัวอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง เพราะคนที่อ่อนแอจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในยุคที่กัมพูชาอยู่ภายใต้การปกครองของเขมรแดง ในที่ที่มิตรภาพไม่มีความหมายอีกต่อไป ความหิวและความกลัวทำให้ทุกคนพร้อมจะหักหลังกัน ทำร้ายกันและกัน หรือไม่เช่นนั้นพวกเขาต่างก็ทำได้เพียงแค่รอ รอให้ถึงวันที่หมดลมหายใจไปเอง คนที่เข้มแข็งและมีความหวังเท่านั้นที่จะมีชีวิตรอดเช่นเธอ...หลง อึ้ง

สำนักพิมพ์อมรินทร์

รีวิว

0 คะแนน จาก 0 คน

  • 5 Stars
    0
  • 4 Stars
    0
  • 3 Stars
    0
  • 2 Stars
    0
  • 1 Star
    0