สูญสิ้นความเป็นคน

ผู้เขียน: ดะไซ โอซามุ

สำนักพิมพ์: Jlit (เจลิท)

หมวดหมู่: วรรณกรรม , เรื่องสั้น

2 รีวิว เขียนรีวิว

    ปกอ่อน
    178.50 บาท

178.50 บาท

210.00 บาท ประหยัด 31.50 บาท (15.00 %)

จำนวนคะแนนที่ได้รับ 7 แต้ม

นวนิยายที่เปิดเรื่องด้วยภาพถ่ายสามใบ หลังจากนั้นชายหนุ่มก็บอกเล่าชีวิตของเขาผ่านบันทึกสามฉบับ ผลงานชิ้นเอกจากดะไซ โอซามุ นักเขียนผู้มีบทบาทสำคัญต่อวงวรรณกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นเสมือน 'พินัยกรรม' สะท้อนชีวิตของเขา < แสดงน้อยลง นวนิยายที่เปิดเรื่องด้วยภาพถ่ายสามใบ หลังจากนั้นชายหนุ่มก็บอกเล่าชีวิตของเขาผ่านบันทึกสามฉบับ ผลงานชิ้นเอกจากดะไซ โอซามุ นักเขียนผู้มีบทบาทสำคัญต่อวงวรรณกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นเสมือน 'พินัยกรรม' สะท้อนชีวิตของเขา
  • ส่วนลด:
    ลด 15%
  • โปรโมชั่น: naiin.com Happy New Year 2022 ลดทั้งเว็บ 15%

Tags: นวนิยายแปล , นวนิยาย , วรรณกรรมผู้ใหญ่

178.50 บาท

210.00 บาท
210.00 บาท
ประหยัด 31.50 บาท (15.00 %)

จำนวนคะแนนที่ได้รับ 7 แต้ม

จำนวน :

1

  • โปรโมชั่นพิเศษ:
    • naiin.com Happy New Year 2022 ช้อปครบ 400 บาท ลด 18%
    • naiin.com Happy New Year 2022 ช้อปครบ 800 บาท ลด 20%
    • naiin.com Happy New Year 2022 ช้อปครบ 1,200 บาท ลด 22%
จำนวนหน้า
224 หน้า
ประเภทสินค้า
ขนาด
16.6 x 12.2 x 1.3 CM
น้ำหนัก
0.201 KG
บาร์โค้ด
9786164134539

รายละเอียด : สูญสิ้นความเป็นคน

สูญสิ้นความเป็นคน

ผลงานของดะไซ โอซามุนักเขียนคนสำคัญของญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 20 นวนิยามซึ่งเปิดเรื่องด้วยภาพถ่ายสามใบ หลังจากนั้นชายหนุ่มก็บอกเล่าชีวิตของเขาผ่านบันทึกสามฉบับ เพื่อค้นหาว่า 'การใช้ชีวิตของมนุษย์ สำหรับผมเเล้วช่างเป็นสิ่งลึกลับยากจะเข้าใจ...' ต้องเเลกมาด้วยอะไรบ้าง จะตัดสินว่าตัวเอกของเรื่องเป็นคนหม่นเศร้า ซึ่งถนัดกลบเกลื่อนชีวิตด้วยภาพตลกอันไม่เคยมีอยู่จริง หรือมองว่านี่คือก้นบึ้งชีวิตของนักเขียนดัง ผู้ซึ่งไม่เคยประสบความสำเร็จ ในการทำให้ตัวเองมีความสุข ก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น...

ข้าพเจ้าเคยเห็นรูปถ่ายของชายผู้นั้นสามใบ

ใบเเรกอาจเรียกว่าเป็นรูปในวัยเด็ก เขาน่าจะอายุราวๆ สิบขวบ ยืนอยู่ริมสระน้ำในสวนกลางผู้หญิงกลุ่มใหญ่ (เดาว่าคงเป็นพวกพี่สาว น้องสาว เเละลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด) สวมกางเกงฮากามะ ลายทางหยาบๆ เอียงศีรษะเล็กน้อยไปทางว้ายประมาณสามสิบองศา ริมฝีปากเเสยะยิ้ม น่าชัง...'น่าชัง' งั้นหรอ จริงอยู่ว่าหากมองจากคนไม่คิดมาก ทึ่มทื่อ ไม่ใส่ใจรูปลักษณ์หรือความงาม พวกเขาคงเอ่ยชมเเบบขอไปทีด้วยสีหน้าไม่รู้สึกรู้สาว่า    "พ่อหนูน่าเอ็นดูดีนะ" 

ว่ากันตามตรง คำกล่าวนั้นไม่ถึงกับดูโจ่งเเจ้งว่าเป็นการชมตามมารยาท เนื่องจากรอยยิ้มของเด็กชาย ใช่ว่าจะไร้ร่องรอย 'ความน่ารัก' ดังคนทั่วไปรู้สึกกัน เเต่หากมองจากคนที่ได้รับการฝึกฝน ขัดเกลา เรื่องความงาม เเละความอัปลักษณ์มาบ้าง เเม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตามที มองเเค่พริบตาก็คงนิ่วหน้าเเละบ่นพึมพำด้วยท่าทางไม่พอใจอย่างยิ่งว่า "เด็กอะไรไม่น่ารักเลย"  เผลอๆ อาจจะถึงขั้นใช้มือปัดรูปทิ้งเหมือนไล่ตัวบุ้งน่ารังเกียจก็เป็นไปได้

อา...รอยยิ้มของเด็กชายในรูป ยิ่งพิศดูก็ยิ่งชวนให้รู้สึก เเขยงจนเส้นขนลุกชัน ไม่สิ นั่นไม่ใช่รอยยิ้มด้วยซ้ำเขาไม่ได้พรายยิ้มเเม้เเต่น้อย เด็กชายยืนทื่อกำมือเเน่นทั้งสองข้าง ซึ่งคงไม่มีมนุษย์หน้าไหนพรายยิ้มได้ทั้งที่กำมือเกร็งเเน่นเช่นนี้ ลิงต่างหาก เป็นใบหน้าเเสยะยิ้มของลิงโดยเเท้ เพียงเเยกเขี้ยว ยิงฟังจนทั้งหน้ายับยู่น่าเกลียด ดูพิลึกผิดวิสัย เป็นรูปถ่าย ในหน้าที่เเฝงร่องรอยเเปดเปื้อนโสมม ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึก สะอิดสะเอียน จนนึกอยากจะเรียกว่า 'เด็กหน้าย่น'


สารบัญ : สูญสิ้นความเป็นคน

    • บทนำ
    • บันทึกฉบับที่หนึ่ง
    • บันทึกฉบับที่สอง
    • บันทึกฉบับที่สาม
    • บทส่งท้าย

เนื้อหาปกหลัง : สูญสิ้นความเป็นคน

ผมผ่านชีวิตอันมากด้วยความอัปยศ...

เพียงประโยคขึ้นต้นของบันทึกฉบับเเรก ก็สร้างเเรงดึงดูดมหาศาลให้ข้าพเจ้าสนใจใคร่รู้ว่า เจ้าของบันทึกมีเส้นทางชีวิตเช่นไร ถึงได้ยอมเปิดเปลือยบาดเเผลเเละรอยมืดหม่นในอดีต ร้อยเรียงเป็นตัวอักษรให้ปรากฏเเก่สายตาคน ซ้ำยังรวบสรุปชีวิตของตนด้วยถ้อยคำบาดลึกเช่นนี้

ผลงานชิ้นเอกจากดะไซ โอซามุ นักเขียนผู้มีบทบาทสำคัญต่อวงวรรณกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นเสมือน 'พินัยกรรม' สะท้อนชีวิตของเขา



รีวิวโดยสำนักพิมพ์ : สูญสิ้นความเป็นคน

สูญสิ้นความเป็นคน หนังสือเล่มเเรกที่เราภูมิใจนำเสนอ ผลงานของดะไซ โอซามุนักเขียนคนสำคัญของญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 20 นวนิยายซึ่งเปิดเรื่องด้วยภาพถ่ายสามใบ หลังจากนั้นชายหนุ่มก็บอกเล่าชีวิตของเขาผ่านบันทึกสามฉบับ เพื่อค้นหาว่า 'การใช้ชีวิตของมนุษย์ สำหรับผมเเล้วช่างเป็นสิ่งลึกลับยากจะเข้าใจ...' ต้องเเลกมาด้วยอะไรบ้าง จะตัดสินว่าตัวเอกของเรื่องเป็นคนหม่นเศร้า ซึ่งถนัดกลบเกลื่อนชีวิตด้วยภาพตลกอันไม่เคยมีอยู่จริง หรือมองว่านี่คือก้นบึ้งชีวิตของนักเขียนดัง ผู้ซึ่งไม่เคยประสบความสำเร็จ ในการทำให้ตัวเองมีความสุข ก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น

อ่านไปอาจจะได้อรรถรสอ่อนไหวระคนหลักเเหลม หม่นหมองประคองอารมณ์ หรือจะเห็นเเง่งามในความโหดร้าย นั้นก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์หรือคำสาปในการเสพของนักอ่านเเล้ว

JLIT

สินค้าที่เกี่ยวข้อง : สูญสิ้นความเป็นคน ดูทั้งหมด >

รีวิว


4.5
2 รีวิว
  • 5
    50 %
  • 4
    50 %
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%

รีวิวจากลูกค้า

nantanat_35711@hotmail.com
2 ปี ก่อน
  • 0

หนังสือดีค่ะ แต่จนป่านนี้แล้วก็ยังอ่านไม่จบเลย เนื้อหาค่อนข้างหนักพอสมควร ไม่ใช่สไตล์เราเลย แต่จะพยายามอ่านให้จบค่ะ

boomism
2 ปี ก่อน
  • 1

ทีแรกคิดว่าถ้าอ่านแล้วจะต้องเจ็บปวดกว่านี้ จะต้องรันทด หดหู่ หม่นเศร้า เปล่าเปลี่ยว อ้างว้าง เดียวดาย ตายทั้งเป็นอย่างรวดร้าว ... แต่ที่ดะไซเจอะเจอนั้นเราว่า80%คือเราก็เป็น อ่านแล้วไม่ได้ทำให้เราดาร์กขึ้นแต่อย่างใด กลับทำให้เราทบทวนความดาร์กที่ผ่านพบมา ได้เรียนรู้และยอมรับมันว่ายังไหวนะ ยังโอเคอยู่นะ มันไม่เป็นไร มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ว่าตั้งแต่อ่าน"เมียชายชั่ว"แล้วละ เราติดใจอยู่นิดนึงคือ แกดูเป็นคนที่ผู้หญิงเข้าหาแกเองซะมาก แล้วก็รักแกมากๆด้วย แต่แล้วก็ทำไมเนาะ ต้องพากันไปฆ่าตัวตายคู่ ทำไมอะ? ... คือในซีกโลกตะวันตกในยุคเดียวกันนี้แหละมันก็มีนะ นักเขียนอย่าง Andre Gorz(มีงานอย่าง Lettre a D.) กับดอรีนภรรยาเค้าที่ฆ่าตัวตายพร้อมกัน แต่นั้นเพราะเค้าเป็นมะเร็งอะ ออกจะเป็นmercy suicideด้วยซ้ำ 555 แต่ของดะไซ ไม่ใช่เลย คือแกอยากตายเพราะอยากหนีจากความเป็นตัวเอง ความขัดแย้งในตัวเอง ความเป็นชนชั้นสูง กับการถือครองเพศมาร์กซิสต์! ความย้อนแย้งหลายๆอย่างในชีวิต จึงเป็นสรุปของผมต่อชีวิตแกเองว่า ... "การมีชีวิตอยู่คือต้นตอแห่งบาปทั้งปวง..." (แต่บางคนไม่เลือกตายนะ เลือกอีลักอิเหลื่อกับชีวิตต่อไป- ถ้าตัดเรื่องศีลธรรมออกไป มันก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับใครบางคนเหมือนกันนะ คือยุติธรรมต่อชีวิตเค้าแล้วแหละที่ได้ทำลงไป เพียงแต่เนื้อหาส่วนใหญ่ของดะไซ มันไปผูกร้อยเข้ากับบรรทัดฐานทางศีลธรรมซะเยอะมากๆ จึงทำให้เราเห็นคุณค่าอะไรต่อมิอะไรบางอย่าง แบบว่าต้องตัดสินว่าดีไม่ดี ควรไม่ควรตลอดทั้งเรื่อง ขณะเดียวกันมันก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆที่จะตัดสินอะไรอย่างนั้นได้ลงคอ) ปล. แบบนึกเหมือนกันว่า สังคม-เศรษฐกิจ-การเมือง-วัฒนธรรมของญี่ปุ่นช่วงก่อนเข้าสงครามโลกครั้งที่สองนั้นมันยังไงนะ รวมถึงในโลกวรรณกรรมเราเรียกยุคนี้ว่ายุคโมเดิร์นคลาสสิค มันมีบริบททางด้านสังคมค่อนข้างมาก ทางด้านการเปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไร โดยเฉพาะมาร์กซิสต์อะ น่าสนใจนะ นี่ว่าจะอ่านอาทิตย์สิ้นแสงของแกต่อ

loading