รัฐธรรมนูญที่เป็นทางออกบ้านเมือง

ผู้เขียน: สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง

สำนักพิมพ์: สถาบันสร้างอนาคตไทย

หมวดหมู่: หนังสือเตรียมสอบ แนวข้อสอบ , ปริญญาตรี

0 รีวิว เขียนรีวิว

83.60 บาท

95.00 บาท ประหยัด 11.40 บาท (12.00 %)

จำนวนคะแนนที่ได้รับ 3 แต้ม

อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย < แสดงน้อยลง อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย
  • ส่วนลด:
    ลด 12%
  • โปรโมชั่น:Naiin.com Sweet day Sweet pay รัก…นี้ต้องเปย์ ลด 12%

Tags: กฎหมาย , ประมวลกฎหมาย , รัฐธรรมนูญ , ศาลรัฐธรรมนูญ , เศรษฐศาสตร์การเมือง , การเมืองการปกครอง

83.60 บาท

95.00 บาท
95.00 บาท
ประหยัด 11.40 บาท (12.00 %)

จำนวนคะแนนที่ได้รับ 3 แต้ม

จำนวน :

1

จำนวนหน้า
99 หน้า
ประเภทสินค้า
ขนาด
14.5 x 21.1 x 0.6 CM
น้ำหนัก
0.149 KG
บาร์โค้ด
9786169259602

รายละเอียด : รัฐธรรมนูญที่เป็นทางออกบ้านเมือง

รัฐธรรมนูญที่เป็นทางออกบ้านเมือง

"วิกฤติปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองที่ยืดเยื้อมายาวนานถึงกว่าหนึ่งทศวรรษครั้งนึ้ ถ้ามองในอีกแง่หนึ่งก็เป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยที่จะ "เปลี่ยนมวลพลังของความขัดแย้ง" ให้เป็น "พลังขับเคลื่อน" เพื่อยกระดับการพัฒนาระบบสังคมการเมืองไทยไปสู่ความเจริญงอกงามยิ่งขึ้นอีกขั้นของประชาธิปไตยที่มีคุณภาพและคุณธรรม ตามตรรกะของกฏวิภาษวิธี (Dialectic) ในทางปรัชญาการเมือง"

เราเข้าใจความจำเป็นของท่านนายกรฯประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตัดสินใจยึดอำนาจรัฐเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคา 2557 เพื่ออาศัยการทำรัฐประหารเป็นเครื่องมือยุติภาวะความไม่มีขื่อมีแปของบ้านเมืองจากการที่มีม็อบ "กปปส" ปิดกรุงเทพฯ โดยไม่ว่าม็อปดังกล่าวจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรก็ตาม แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยก็รู้สึกพึงพอใจกับผลงานแก้ไขปัญหาความไร้ขื่อแปในบ้านเมืองด้วยวิธีทำรัฐประหารของพลเอกประยุทธ์ ที่ยืนยันว่า "เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้เธอประชาชน" ดังเห็นได้จากโพลสำรวจต่างๆ ซึ่งพอใจกับผลงานของรัฐบาล คสช. ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองมากที่สุด

เราจึงรู้สึกเห็นใจท่านนายกฯประยุทธ์ที่กำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะถ้าคิดจะอยู่ในอำนาจนานๆ ซึ่งผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนท่านก็คงถูกกดดันอย่างหนักด้วยแรงบีบทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ แต่ครั้นจะคืออำนาจให้ประชาชนเพื่อให้มีการเลือกตั้ง ภายใต้ "กระบวนการสร้างความปรองดอง" และ "กระบวนการเขียนรัฐธรรมนูญ" ที่ยังไม่มีสัญญาใดๆ บ่งชี้ให้เห็นได้ว่าจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกฝ่าย ดังนี้แล้ว "แผ่นดินจะดีในไม่ช้า" ตามที่ท่านสัญญาไว้ได้อย่างไร

ทั้งนี้ถ้าแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เหมือนเอาหินทับหญ้าไว้ชั่วคราว พอยกก้อนหินออกหญ้าก็กลับงอกใหม่ ท่านก็คงถูกรุมตำหนิทั้งจากประชาชนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้วิธีทำรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองมาแต่แรก รวมถึงประชาชนฝ่ายที่สนับสนุนให้ท่านทำรัฐประหารก็คงตำหนิท่านได้เช่นกันว่า "รัฐประหารไปแล้วเสียของ" เพราะเมื่อประชาชนให้โอกาสท่านนายกฯประยุทธ์อย่างที่ไม่เคยให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดไหนมาก่อน เช่นให้โอกาสโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงข้ามกระทรวงหรือเอามาแขวนไว้กินเงินเดือนเฉยๆ ได้อย่างเต็มที่ สามารถใช้งบประมาณทำโครงการต่างๆ ได้ตามต้องการโดยที่ไม่ถูกรัฐสภาตรวจสอบอย่างเข้มงวด รวมถึงสามารถจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วลัดขั้นตอนปรกติได้สารพัดเรื่อง ตลอดจนสื่อมวลชนต่างๆ ก็คงไม่กล้าวิจารณ์ตำหนิการทำงานของท่านรุนแรงนัก เพราะตระหนักดีว่าห้วงเวลานี้ยังอยู่ในสถานการณ์พิเศษฯลฯ

ขนาดมีทั้งอำนาจและโอกาสในการแก้ปัญหาเช่นนี้แล้วถ้ายังไม่อาจแก้ปัญหาบ้านเมืองให้มีผลงานอย่างเป็นรูปธรรม แล้วรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามปรกติจะประสบกับความยากลำบากเพียงใด เพราะไม่มีอำนาจที่จะไปทำอะไรได้มากมายนัก อาทิ แค่จะย้ายข้าราชการระดับสูงข้ามกระทรวงสักคนก็คงถูกฟ้องที่ศาลปกครองแล้วว่าทำผิด หรือว่าจะได้อนุมัติงบประมาณจากรัฐสภาก็ต้องขี้แจงกันจนปากเปียกปากแฉะ ถ้าทำอะไรไม่ชอบมาพากลก็จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจซักฟอกกันข้ามวันข้ามคืนถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ประจานให้คนไทยทั้งประเทศรับรู้


เนื้อหาปกหลัง : รัฐธรรมนูญที่เป็นทางออกบ้านเมือง

รัฐธรรมนูญที่เป็นทางออกบ้านเมือง

ในเมื่อ "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย" แล้วทำไมประชาชนราษฎรชาวไทยจะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขหยิบยื่นให้กับ "คณะผู้ก่อการและผู้ที่สนับสนุนเป็นพวกพ้อง" บ้างไม่ได้ โดยในการลงประชามติเพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญที่จะจัดให้มีขึ้นในกลางปี 2559 นี้ ถ้าหากประชาชนพร้อมใจกันลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแม่น้ำห้าสายของ คสช. แล้ว ก็ขอให้ "คณะผู้ก่อการและผู้ที่สนับสนุนเป็นพวกพ้อง" นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาประกาศบังคับใช้ชั่วคราวโดยแก้ไขบางมาตราตามแนวทางที่กล่างมาข้างต้น "เพื่อให้ราษฎรได้มีสิทธิที่จะออกเสียงในวิธีดำเนินการปกครองประเทศและนโยบายต่างๆ อันจะเป็นส่วนได้ส่วนเสียแก่ประชาชนทั่วไป" อย่างแท้จริงตลอดจนเพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสที่จะร่วมกันยกร่าง "รัฐธรรมนูญฉบับสัญญาประชาคมของปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยนับแต่ "คณะผู้ก่อการและผู้ที่สนับสนุนเป็นพวกพ้องรุ่นแรก" ได้ยึดอำนาจไปจากพระมหากษัตริย์เมื่อกว่า 83 ปีก่อน มาจนถึง "คณะผู้ก่อการและผู้ที่สนับสนุนเป็นพวกพ้องรุ่นปัจจุบัน" ที่ยึดอำนาจไปจากประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแนวพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ว่า "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฏรทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาชนราษฏร"



รีวิวโดยผู้เขียน : รัฐธรรมนูญที่เป็นทางออกบ้านเมือง

รัฐธรรมนูญที่เป็นทางออกบ้านเมือง

หนังสือเรื่อง "รัฐธรรมนูญที่เป็นทางออกบ้านเมือง" เล่มนี้เป็นชุดความคิดทางการเมืองที่ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นโดยนำเอาแนวคิดส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ "ทางสู่ความปรองดองของชาติ" (2555) และ "เปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ประเทศไทย" (2557) ซึ่งยังไม่ได้เผยแพร่ออกไปกว้างขวางมากนัก กับแนวคิดอีกส่วนหนึ่งที่ได้จากการปรึกษาหารือระดมความคิดกันในกลุ่มสร้างอนาคตไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือน "คลังความคิด" (think tank)ของโครงการในการก่อตั้ง "สถาบันสร้างอนาคตไทย" (Future Fundamental Institute of Thailand) ที่ริเริ่มและสนับสนุนโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

กลุ่มสร้างอนาคตไทยเป็นการรวมกลุ่มพูดคุยกันของผู้คนจำนวนหนึ่งทั้งที่เป็นนักวิชาการ อดีตข้าราชการ นักธุรกิจ และนักบริหาร ต่อเนื่องทุกสัปดาห์มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2557 เพื่อร่วมกันระดมความคิดหาทางออกให้กับการแก้ไขวิกฤติปัญหาด้านต่างๆ ของบ้านเมืองปัจจุยบัน ทั้งนี้สมาชิกในกลุ่มได้เริ่มตกผลึกความคิดจากการร่วมกันระดมสติปัญญามายาวนาน จนเริ่มมองเห็นหนทางหลายเรื่องที่จะพัฒนาบ้านเมืองโดย "เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส" ของประเทศชาติได้ ซึ่งจะทยอยนำเสนอเป็นแนวนโยบายสาธารณะเพื่อเผยแพร่สู่สังคมไทยต่อไป

ผู้เขียนขอขอบคุณ รศ.ดร.โคทม อารียา ที่ให้คำแนะนำเรื่องข้อเสนอการเขียนบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อให้สามารถนำไปสู่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่เพื่อเขียน "รัฐธรรมนูญฉบับสัญญาประชาคมของปวงชนชาวไทย" ตามที่เสนอไว้ในบทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ตลอดจนขอขอบคุณ ดร.สำราญ ภูอนันตานนท์ และคุณมนตรี ศรีสกุล ที่ช่วยกรุณาอ่านต้นฉบับและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงเนื้อหาของหนังสือให้มีความสุขสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ผู้เขียนหวังว่าความหมายของกลุ่มสร้างอนาคตไทยที่ใช้เวลาพูดคุยระดมความคิดอย่างต่อเนื่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา น่าจะให้ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขวิกฤติต่างๆ ในบ้านเมืองของเราได้บ้างไม่มากก็น้อย ดังเช่นข้อเสนอในหนังสือเล่มแรกของกลุ่มที่ตีพิมพ์เผยแพร่นี้

สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง

รีวิว


0.0
  • 5
    0%
  • 4
    0%
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%
loading