รายละเอียด : ห้องคลอดมรณะ (ชุด 7 วันจองเวร เล่ม 1)
หมออั้น นักศึกษาแพทย์ปี 6 มาฝึกงานบนวอร์ดสูตินรีเวชชายหนุ่มได้พบกับวิญญาณของหญิงสาวที่ชื่อว่า เพชรพลับพลับพลึงการมาปรากฏตัวให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ทำให้หมออั้นได้รับรู้ว่า...เรื่องราวการตายของเธอไม่ใช่การตกเลือดอย่างที่ใบมรณะบัตรแจ้งไว้วีรกรรมอันหยาบช้ากำลังถูกใครสักคนอาบหน้าด้วยดวยตาใสชื่อหมออั้นยังได้เรียนรู้ว่า บางทีคนปากถือศีลอาจซ่อนมีดดาบไว้ในมือบางคนที่เบื้องหน้าน่าเชื่อถือ แต่เบื้องหลังอาจคือฆาตกร!หมออั๋นจำเป็นต้องตามหาคนที่ฆ่าเพชพลับพลึงให้เจอหลายแง่หลากมุมของความลับในห้องคลอดกำลังรอการคลี่คลาย
คำนำ : ห้องคลอดมรณะ (ชุด 7 วันจองเวร เล่ม 1)
นักอ่านหลายคนคงจะเคยได้ยินเสียงเล่าลือถึงความน่ากลัวของ 7 วันจองเวร ชุดนิยายสยองขวัญโดยภาตินัย ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกโดย สำนักพิมพ์โซฟาระหว่างปีพ.ศ.2552-25553 ต่อมาช่องเวิร์ดพ้อยท์ที่วิ นำไปดัดแปลงเป็นซีรีส์ซึ่งออกอากาศในปี พ.ศ. 2558 ผลงานชุดนี้ จึงกลายเป็นงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของภาดินัยไปโดยปริยาย
เวลาผันผ่าน 7 วันจองเวรยังคงถูกพูดถึงเสมอในกลุ่มนักอ่าน ทั้งทางปากต่อปากและโซเซียลมีเดีย ความหลอนประสาทในแต่ละเล่ม ยังฝั่งลึกในการจดจำ ภาพบาดแผล กลิ่นเลือด และเสียงเพรียก ของวิญญาณยังคงบาดลึกในจิตสำนึก 7 วันจองเวรยังคงตามหลอก นักอ่านเสมือนผีอาฆาตที่คอยหลอนตัวละครหลักในแต่ละเล่ม
อาจกล่าวได้เลยว่า เพราะการหลอกหลอนเช่นนี้ 7 วันจองเวร จึงยังมีชีวิตในแวดวงการอ่านของไทยเสมอมา
นอกจากนั้นแล้ว วิธีการรังสรรค์ผลงานทั้งเจ็ดเล่มก็ยังโดดเด่นเห็นได้ดังต่อไปนี้
1. วันอาทิตย์ : Ward ห้องคลอดมรณะ
2. วันจันทร์ : Mirror กระจกสั่งตาย
3. วันอังคาร : Haunted อาถรรพ์เรือนลั่นทม
4. วันพุธ : Theater ตีตั๋วไปตาย
5. วันพฤหัสบดี : Stairs 12 ขั้น บันไดผี
6. วันศุกร์ : Reality ท้าคนเป็น เห็นคนตาย
7. วันเสาร์ : Holy ศพ-เช่น-ศาล
ภาคินัยหยิบความเชื่อเรืองสัมผัสที่หกของคนที่มีชื่อไม่ไม่เป็น มาเป็นแก่นสำคัญ ผสมผสานกับฉากหลังแสนคุ้นเคย ไม่ว่าจะ โรงพยาบาล โรงเรียน เรือนไม้ โรงภาพยนตร์ หอพัก โรงแรมล้างและศาลพระภูมิ ตัวละครหลักทุกตัวต่างมีความต้องการที่ได้พบในชีวิตประจำวัน อีกทั้งอาชีพ ชนชั้น และวันเกิดของพวกเราป็นสิ่ง นักอ่านจำนวนมากเชื่อมโยงได้ไม่ยาก
ความขวัญผวาใน 7 วันจองเวรจึงยิ่งชวนขนลุก เพราะมัน พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเราทุกคนพบกับเรื่องหลอนได้ ชีวิตแสนสนสามัน ในฉากหลังทั่วไปต่างมีสิ่งสั่นประสาทซ่อนอยู่ในชอกหลีบ ทั้งจากพัน เหนือธรรมชาติและจากมนุษย์กันเอง
เช้าวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2567 นอกหน้าต่างชั้นสองของโรงพิมพ์ มีฝนตกโปรยปราย คำพูดของยุพา กสิรักษ์ ชวนให้บรรณาธิกาธิการ คิดถึงตำแหน่งที่ทางของภาดินัย กสิรักษ์ ลูกชายของเธอ บนน้า ประวัติศาสตร์วรรณกรรม "จะอยู่หน้าไหนและจะอยู่อย่างไร" เธอเปรย จ้องมองไปนอก
หน้าต่าง วันนั้น บรรณาธิการยังไม่มีคำตอบ แต่วันนี้คงได้คำตอบแล้ว ภาตินัยจะถูกบันทึกไว้ในฐานะนักเขียนที่มีชีวิตอยู่เสมอ ผ่าน ผลงานที่ถูกเขียนขึ้นอย่างรอบคอบและใส่ใจจจนมักอ่านไม่อาจลืมเลือน
12.8 x 18.5 x 1.3 CM
10 ต.ค. 2567