แต่ปางก่อน (แก้วเก้า)

ผู้เขียน: แก้วเก้า

สำนักพิมพ์: อรุณ

หมวดหมู่: นิยาย , นิยายโรแมนติก

5 (8) เขียนรีวิว

382.50 บาท

425.00 บาท ประหยัด 42.50 บาท (10.00 %)

จำนวนคะแนนที่ได้รับ 15 คะแนน

น้องจำไม่ได้แล้วหรือ...ลาวม่านแก้วของเราทั้งสองคน คำตอบนั้นดังแว่วมาจากที่ใดที่หนึ่ง ทุ้มกังวานเป็นเสียงบุรุษ แต่ไพเราะนุ่มนวล < แสดงน้อยลง น้องจำไม่ได้แล้วหรือ...ลาวม่านแก้วของเราทั้งสองคน คำตอบนั้นดังแว่วมาจากที่ใดที่หนึ่ง ทุ้มกังวานเป็นเสียงบุรุษ แต่ไพเราะนุ่มนวล

382.50 บาท

425.00 บาท
425.00 บาท
ประหยัด 42.50 บาท (10.00 %)

จำนวนคะแนนที่ได้รับ 15 คะแนน

จำนวน :

1

จำนวนหน้า
430 หน้า
ประเภทสินค้า
ขนาด
14.5 x 20.8 x 2.2 CM
น้ำหนัก
0.552 KG
บาร์โค้ด
9786161836276

รายละเอียด : แต่ปางก่อน (แก้วเก้า)

แต่ปางก่อน  (แก้วเก้า)

ราว พ.ศ.2490 ราชาวดี ปชาธร เรียนจบจากคอนแวนต์แล้วก็มาเป็นครูประจำโรงเรียนกุลนารีวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตวังเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ 6 สถานที่แห่งนี้นำหล่อนมาพบดวงวิญญาณ หม่อมเจ้ารังสิธร (ท่านชายใหญ่) อดีตเจ้าของวังและตำหนักริมน้ำ-อาคารฝรั่งแบบบ้านในอังกฤษสมัยราชวงศ์ทิวดอร์ ราชาวดีรู้สึกผูกพันและสนใจตำหนักริมน้ำมาก กระทั่งความสนใจพาหล่อนเข้าไปพัวพันกับ หม่อมราชวงศ์จิรายุส เจ้าของวังและตำหนักริมน้ำคนปัจจุบัน คุณชายจิรายุสหลงรักราชาวดี ทั้งที่หมั้นอยู่กับหม่อมราชวงศ์สวรรยา แต่ราชาวดีไม่ได้มีใจอย่างเดียวกับคุณชายจิรายุส หล่อนผูกพันอยู่กับวิญญาณหม่อมเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ท่านชายใหญ่พาหล่อนเข้าไปล่วงรู้อดีตชาติ ว่าครั้งหนึ่งหล่อนคือ เจ้านางม่านแก้ว (เจ้านางน้อย) เจ้าหญิงจากต่างแดนที่เคยพำนักอยู่ในวังเก่าแห่งนี้ และเคยเป็นคนรักของท่านชายใหญ่ แต่อนิจจา! หนทางแห่งรักของท่านทั้งสองมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันจบลงด้วยโศกนาฏกรรม และเวรกรรมเมื่อกาลก่อนยังไม่ไป

 


เนื้อหาปกหลัง : แต่ปางก่อน (แก้วเก้า)

ในห้องนั้นไม่มีเครื่องเรือนอื่นใด นอกจากเครื่องดนตรีไทยวางเรียงรายอยู่บนพื้นพรมสีแดง ที่ปูลาดอยู่เกือบเต็มห้อง ไม่มีคนอยู่ในห้องนั้น... ทว่าเสียงดนตรีดังมาจากเครื่องดนตรีไทยที่วางนิ่งสนิทอยู่บนพื้น ราชาวดีก้าวเดินเข้าไปในห้อง...เลื่อนลอยและเชื่องช้าเหมือนเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำหล่อนไม่รู้เหมือนกันว่าจะเดินไปไหน แต่ขาก้าวไปโดยอัตโนมัติในขณะที่เสียงดนตรีกังวานชัดเจนขึ้นราวกับมีนักดนตรีบรรเลงอยู่ตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียง เพลงที่ได้ยินแต่ไกลนั่นเอง เหมือนกับมีคนเล่นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

แล้วเครื่องดนตรีเกือบทุกชนิดก็เงียบเสียงลง ปล่อยให้ซอสามสายกังวานขึ้นเจื้อยแจ้วเป็นเสียงเด่นชัดเพียงเสียงเดียว เสียงซอนั้นหวานไพเราะ แจ่มชัดราวกับจะเอ่ยเอื้อนออกมาเป็นคำพูดได้ ฟังละม้ายเสียงสตรีผู้ขับร้องได้อย่างเพราะพริ้ง กำลังชมโฉมสตรีอีกผู้หนึ่งที่ทรงโฉมงามเกินคำพรรณนา "เพลงอะไรนะ ไพเราะเหลือเกิน" ราชาวดีถามตัวเองอย่างเผลอไผล "ลาวม่านแก้ว...น้องจำไม่ได้แล้วหรือ...ลาวม่านแก้วของเราทั้งสองคน" คำตอบนั้นดังแว่วมาจากที่ใดที่หนึ่ง ทุ้มกังวานเป็นเสียงบุรุษ แต่ไพเราะนุ่มนวลราวกับเสียงดนตรี

รีวิว


5.0
5 (8)
  • 5
    100 %
  • 4
    0%
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%
loading