รายละเอียด : คริสปิน ปริศนาหัวหมาป่า
วรรณกรรมรางวัลเหรียญทองนิวเบอรี เล่าเรื่องย้อนไปในคริสตศตวรรษที่ 14 ในประเทศอังกฤษ เด็กชายวัย 13 ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร้ายแรงถึงขั้นเป็น "หัวหมาป่า" ทั้งที่เขาไม่ได้ทำความผิดนั้น และนั่นหมายความว่าใครจะฆ่าเขาก็ได้ บาทหลวงที่พยายามจะช่วยเด็กชายด้วยการบอกความจริงเกี่ยวกับกำเนิดชีวิตของเขา ก็ถูกฆ่าตายก่อนที่จะได้เอ่ยปากพูด เด็กชายต้องถูกตามล่าโดยที่เขาเองก็ไม่รู้สาเหตุ แต่มีคนหนึ่งที่รู้ คนที่กลายมาเป็นพ่อคนที่สองในชีวิตของเขา คนที่สอนให้เด็กชายรู้จักอิสรภาพ ความเสมอภาค และความเป็นตัวของตัวเอง และท้ายที่สุด เมื่อความจริงเปิดเผย เด็กชายก็ต้องเลือกตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งแรกในชีวิต
ผู้เขียนซ่อนปริศนาไว้ตลอดเรื่อง ให้ผู้อ่านคาดเดาเอาเอง และค่อย ๆ คลี่คลายทีละน้อย จุดเด่นของเรื่องนี้คือการได้เรียนรู้ที่จะแสดงตัวตนของตัวเอง ไม่ว่าต่ำต้อยหรือสูงส่งแค่ไหน เด็ก ๆ ที่ได้อ่านเรื่องนี้ จะเกิดความรู้สึกรักในสิ่งที่ตัวเองเป็น ซึ่งอยู่ลึก ๆ ในใจ ไม่ใช่ที่ฐานะ เงินทอง หรือเกียรติยศ ในสังคมปัจจุบันที่วัดค่ากันที่เงินทอง เรื่องนี้จะกระตุ้นให้ผู้อ่านได้ขบคิด และเห็นคุณค่าที่อยู่ข้างใน ทั้งของตนเองและผู้อื่น รวมทั้งคุณค่าแห่งอิสรภาพและความเท่าเทียม ซึ่งไม่มีใครมากำหนดได้ นอกจากตัวเราเอง ว่าจะยอมจำนนหรือไม่เท่านั้น
(เรื่องย่อต่อไปนี้จะเล่าอย่างละเอียดและเปิดเผยเนื้อเรื่อง เพื่อให้ฝ่ายขายได้พิจารณาโดยไม่ต้องอ่านเล่มจริง จึงไม่สามารถเอาไปใช้ในเว็บได้ )
เรื่องเริ่มที่การฝังศพนางแอสต้า โดยมีเพียงลูกชายของนางกับบาทหลวงเพียงสองคนเท่านั้น แอสต้าเป็นชาวนายากจน ไม่มีเพื่อนฝูง และมักจะเก็บตัวเงียบกับลูกชาย นางเช่าที่ดินของลอร์ดเฟอร์นิวัลในหมู่บ้านสตรอมฟอร์ดเป็นที่อาศัยและทำนา โดยต้องจ่ายภาษีราคาแพงให้ท่านลอร์ด
ลูกชายของแอสต้าเป็นเด็กชายที่ไม่มีปากเสียงเช่นเดียวกับแม่ เขาไม่เคยออกไปไหนไกลเกินเขตหมู่บ้าน ไม่เคยสนทนาปราศรัยกับใคร สำหรับชาวบ้านแล้ว เด็กชายเหมือนไม่มีตัวตน เขาไม่มีแม้กระทั่งชื่อ ใคร ๆ จึงเรียกเขาว่า "ลูกชายแอสต้า" ตามชื่อของผู้เป็นแม่
หลังจากฝังศพแม่ จอห์น ไอคลิฟฟ์ พ่อบ้านของลอร์ดเฟอร์นิวัล เรียกเก็บวัวหนึ่งตัวเป็นค่าภาษีการตาย ลูกชายแอสต้ารู้สึกเจ็บปวดมาก จึงหนีขึ้นไปเก็บตัวอยู่ในป่า และคืนนั้นเขาก็แอบเห็นไอคลิฟฟ์พบกับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในป่า และพูดคุยกันเป็นปริศนาแปลก ๆ ที่เขาไม่เข้าใจ ไอคลิฟฟ์หันมาเห็นเขา จึงออกตามล่า ส่งคนมาเผาบ้านของเขา และประกาศว่าเด็กชายเข้าไปขโมยของในบ้านลอร์ดเฟอร์นิวัล ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นกลายเป็น "หัวหมาป่า" ใครก็ตามที่พบเขา สามารถฆ่าเขาได้โดยไม่มีความผิด
เด็กชายแอบไปพบบาทหลวงในโบสถ์ บาทหลวงเล่าเรื่องแม่ให้เขาฟังบางเรื่อง ซึ่งเด็กชายแปลกใจมาก เขาได้รู้ว่า ที่จริงแม่ตั้งชื่อไว้ให้เขาว่า "คริสปิน" แต่ด้วยเหตุผลใดเขาไม่รู้ นางไม่เคยเรียกเขาด้วยชื่อนั้นเลย เขาได้รู้ด้วยว่าแม่อ่านออกเขียนได้ ซึ่งน่าแปลกมากที่หญิงชาวนายากจนอย่างแม่ของเขา จะอ่านหนังสือออก บาทหลวงนัดให้เด็กชายมาที่โบสถ์ในวันรุ่งขึ้นเพื่อเตรียมเสบียงให้สำหรับการหนี และจะเล่าเรื่องทั้งหมดในคืนต่อไป และแต่ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้น ก็มีเด็กอีกคนมาใช้กลอุบายหลอกให้เด็กชายไปติดกับ และต้องถูกตามล่าอีกครั้ง
เด็กชายหนีไปในป่า และต่อมาก็พบศพของบาทหลวง ซึ่งเขาแน่ใจว่าถูกฆ่าเพราะกำลังจะบอกความลับบางอย่างแก่เขา เด็กชายหวาดกลัวมาก เพราะเขาไม่เคยออกจากหมู่บ้านมาก่อน แต่บาทหลวงสั่งไว้ว่าให้ไปให้ไกลที่สุด ไปยังดินแดนที่มีอิสรภาพและไม่ต้องเป็นทาส
ระหว่างทาง คริสปินได้พบแบร์ นักแสดงปาหี่ซึ่งเร่ร่อนแสดงกลหาเงินใช้ แบร์สอนให้เด็กชายเรียนรู้กลและเพลงต่าง ๆ เพืิ่อออกเดินทางไปด้วยกัน ระหว่างทาง ทั้งสองก็เรียนรู้กันและกันทีละน้อย คริสปินกล้าเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองมากขึ้น กล้าแสดงความคิดเห็น เขากล้าแม้กระทั่งยิ้มและหัวเราะ ซึ่งไม่เคยทำมาก่อนเลย
แบร์ขอดูไม้กางเขนที่เด็กชายห้อยคออยู่ และล่วงรู้ความลับบางอย่าง ซึ่งเขาไม่เอ่ยปากพูด แต่รู้ว่าเป็นความลับที่ทำให้คริสปินถูกไอคลิฟฟ์ตามล่า แบร์พาคริสปินเข้าไปในเมือง คริสปินจึงได้รู้ว่าที่แท้แบร์ไม่ใช่เพียงนักแสดงปาหี่เท่านั้น แต่เขาเป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพ และความถูกต้องด้วย แบร์กับพรรคพวกแอบตั้งสมาคมลับเพื่อต่อต้านลอร์ดเฟอร์นิวัล และกำลังวางแผนจะก่อการจลาจลครั้งใหญ่
แต่ระหว่างนี้ ลอร์ดเฟอร์นิวัลซึ่งป่วยหนักอยู่ก็เสียชีวิต เลดี้เฟอร์นิวัลจึงเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติมหาศาลทั้งหมดที่ขูดรีดมาจากชาวบ้าน แบร์พบคริสปินไปพักที่โรงแรมเล็ก ๆ ของเพื่อน แล้วเขากับกับพรรคพวกก็ออกไปประชุมลับเพื่อหาทางต่อต้านตระกูลเฟอร์นิวัล แต่ถูกจับได้เสียก่อน แบร์ถูกจับไปขังและทรมาน ไอคลิฟฟ์ส่งคนมารื้อค้นโรงแรม คริสปินจึงรู้ว่าคนที่ถูกตามล่าคราวนี้ไม่ใช่แบร์ แต่เป็นเขา
หญิงเจ้าของโรงแรมจึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่แบร์เล่าให้นางฟัง คริสปินจึงได้รู้ว่าเขาเป็นลูกของลอร์ดเฟอร์นิวัล ซึ่งมีเมียหลายคน ไม้กางเขนที่ห้อยคออยู่ตลอดเวลาจารึกไว้ แต่คริสปินอ่านไม่ออก เแม่ของเขาอาจจะเป็นลูกสาวของท่านลอร์ดอีกคนด้วยซ้ำ และหากลอร์ดคนนั้นรู้ ก็อาจมาทวงสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติแทนหลานชาย ซึ่งเป็นเหตุให้เลดี้เฟอร์นิวัลต้องหาทางกำจัดทายาททุกคนของสามีตั้งแต่รู้ว่าลอร์ดเฟอร์นิวัลป่วยหนัก การลอบพบกันของไอคลิฟฟ์กับชายแปลกหน้าที่คริสปินไปเห็นเข้า ก็คือคำสั่งจากเลดี้ให้ล่าตัวทายาททุกคนของลอร์ดเฟอร์นิวัลนั่นเอง
คริสปินสืบจนรู้ว่าแบร์ถูกขังอยู่ที่ไหน และเสนอเงื่อนไขแก่ไอคลิฟฟ์ว่าเขาจะให้ไม้กางเขนและไม่ทวงสิทธิ์ความเป็นลูกผู้มีชาติตระกูล เพราะนั่นไม่สำคัญสำหรับเขาเลย เลือดสีน้ำเงินในตัวเขา ที่แท้เป็นยาพิษซึ่งทำร้ายเขามาตลอด ตอนนี้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างระหว่างเดินทางมากับแบร์ ที่สำคัญ เขาได้รู้จักอิสรภาพ และความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งสำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทอง หรือฐานันดรศักดิ์อะไรทั้งหมด
ไอคลิฟฟ์ยอมรับเงื่อนไข และปล่อยตัวแบร์ที่นอกกำแพงเมือง แต่ก็กลับหักหลังจนถูกแบร์ฆ่าตาย แล้วแบร์และคริสปินก็ออกเดินทางต่อไป โดยรู้อยู่ในใจว่า วันหนึ่ง พวกเขาจะต้องกลับมาร่วมกันต่อสู้เสรีภาพและความเสมอภาคอีกครั้ง เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในการเกิดมาเป็นมนุษย์
21.1 x 14.6 x 1.3 CM