ธรรมะขั้นเทพ ภาค ๑

ในปฐมบทนี้ ผมจะมีประเด็นที่จะขออนุญาตอธิบายให้คุณผู้อ่านได้ปูพื้นฐานในเรื่องของธรรมะระดับขั้นเทพกันเสียก่อนว่า มีความแตกต่างจากธรรมะระดับทั่ว ๆ ไปอย่างไรบ้าง ความแตกต่างมีอยู่หลายส่วนอยู่เหมือนกัน ก็คือว่า 1. ธรรมะขั้นทั่วไป จะพูดถึงเรื่องทั่ว ๆ ไปที่ใคร ๆ ก็รู้อยู่บ้างแล้ว เพียงแค่อาจจะรู้เพิ่มเติมขึ้นมานิดหน่อย เช่น เรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ หรือไม่ใช่ประโยชน์ ดี ไม่ดี ในส่วนความรู้เหล่านี้ ใครๆ ก็รู้ได้โดยจิตสำนึกแบบสามัญสำนึกทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นธรรมะขั้นเทพในระดับพระอภิธรรมขั้นสูงสุด คนทั่ว ๆ ไปจะไม่รู้มาก่อนเลยว่า จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ ปรมัตถ์ คืออะไร บางคนอาจ “งง” มีด้วยเหรอ เจตสิก อ่านหนังสือธรรมะมาตั้งเยอะ ฟังพระเทศน์มาตั้งหลายวัด ยังไม่เคยได้ยินเลย มีครับ เจตสิก แต่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าไปเรียนไปศึกษากันสักเท่าไหร่ แต่ผมจะเอามาเปิดเผยให้คุณผู้อ่านได้รู้กันในวันนี้แหละ เพียงแค่ตั้งใจอ่านให้จบเล่มก็พอ 2. ธรรมะทั่ว ๆ ไป จะพูดถึงเรื่องเล่าทั่ว ๆ ไป เช่น นรก สวรรค์ เทพเทวดา นางฟ้า ผีสาง นางไม้ วิญญาณ ภูตผี ปีศาจ ต่าง ๆ นานา แต่ธรรมะขั้นเทพในระดับพระอภิธรรมขั้นสูงสุด จะพูดถึงสภาวะของดวงจิต วาระจิต วิถีจิต การเดินทางของจิต การเคลื่อนย้ายจิตจากภพหนึ่งไปยังอีกภพหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าศึกษา น่าเล่าเรียนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นความรู้ที่มีอยู่แค่เพียงธรรมะขั้นสูงสุดเท่านั้น 3 ธรรมะทั่ว ๆ ไป จะพูดถึงแต่เรื่อง มั่งคั่ง ร่ำรวย โชคลาภ ดวงชะตา ฟ้าลิขิต ปิดทอง 9 วัด ปล่อยปลาไหล 9 ตัว ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยโค-กระบือ สะเดาะห์เคราะห์ ต่อดวงชะตา เพื่อความโชคดีมีชัย ผมจะบอกความจริงให้นะ “งมงาย” มันไม่มีอยู่จริง ๆ หรอก ส่วนเรื่องจริง ๆ คือต้องทำงาน ทำมาหากินเท่านั้น ถึงจะรวย ถึงจะ มั่งคั่ง มั่งมี ถึงจะไม่อดตาย แต่ธรรมะขั้นเทพ ในระดับอภิธรรมขั้นสูงสุด จะพูดถึงเรื่องขั้นตอนกระบวนการออกจากการเวียนว่ายตายเกิด ออกจากภพภูมิทั้ง 31 ภพภูมิ เนื่องจากว่า ชีวิตใน 31 ภพภูมินั้น มีแต่ความทุกข์ ความน่าเบื่อหน่าย ความวุ่นวาย ความน่ารำคาญ ความเหนื่อยล้า และอ่อนเพลียเต็มที กับชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับความจน ความเจ็บ ความทุกข์ยาก ลำบากกาย การได้หลีกหนีออกจากวงจร เกิด เกิด ตาย ตาย แล้วก็เกิดอีก ตายอีก เป็นแบบนี้ตลอดไป ไม่มีวันจบสิ้น การได้หลีกหนีออกไปนั้น คือเป้าหมายสูงสุด และเป็นสิ่งที่ท้าทายผู้มีปัญญาทุก ๆ คน ฉะนั้น ในธรรมะระดับสูงสุด จึงกล่าวถึงเฉพาะการออกจากวงจรการเวียนว่ายตายเกิด เรียกทางศัพท์ทางด้านเทคนิคว่า วงจรปฏิจจสมุปบาท ผมก็จะขอสรุปว่า ธรรมะคือสิ่งที่ดี มีคุณค่ามีประโยชน์ จะเป็นธรรมะทั่ว ๆ ไป หรือธรรมะในระดับอภิธรรม ขอเพียงคุณเป็นคนดี ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ใช้ชีวิตในสังคมไทยแห่งนี้อย่างมีความสุขกับครอบครัวของคุณ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ในส่วนของผม ขอนำเสนอความรู้ที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เพื่อที่จะติดอาวุธทางปัญญาให้คุณ
จำนวน :

1

รายละเอียด

ในปฐมบทนี้ ผมจะมีประเด็นที่จะขออนุญาตอธิบายให้คุณผู้อ่านได้ปูพื้นฐานในเรื่องของธรรมะระดับขั้นเทพกันเสียก่อนว่า มีความแตกต่างจากธรรมะระดับทั่ว ๆ ไปอย่างไรบ้าง ความแตกต่างมีอยู่หลายส่วนอยู่เหมือนกัน ก็คือว่า 1. ธรรมะขั้นทั่วไป จะพูดถึงเรื่องทั่ว ๆ ไปที่ใคร ๆ ก็รู้อยู่บ้างแล้ว เพียงแค่อาจจะรู้เพิ่มเติมขึ้นมานิดหน่อย เช่น เรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ หรือไม่ใช่ประโยชน์ ดี ไม่ดี ในส่วนความรู้เหล่านี้ ใครๆ ก็รู้ได้โดยจิตสำนึกแบบสามัญสำนึกทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นธรรมะขั้นเทพในระดับพระอภิธรรมขั้นสูงสุด คนทั่ว ๆ ไปจะไม่รู้มาก่อนเลยว่า จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ ปรมัตถ์ คืออะไร บางคนอาจ “งง” มีด้วยเหรอ เจตสิก อ่านหนังสือธรรมะมาตั้งเยอะ ฟังพระเทศน์มาตั้งหลายวัด ยังไม่เคยได้ยินเลย มีครับ เจตสิก แต่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าไปเรียนไปศึกษากันสักเท่าไหร่ แต่ผมจะเอามาเปิดเผยให้คุณผู้อ่านได้รู้กันในวันนี้แหละ เพียงแค่ตั้งใจอ่านให้จบเล่มก็พอ 2. ธรรมะทั่ว ๆ ไป จะพูดถึงเรื่องเล่าทั่ว ๆ ไป เช่น นรก สวรรค์ เทพเทวดา นางฟ้า ผีสาง นางไม้ วิญญาณ ภูตผี ปีศาจ ต่าง ๆ นานา แต่ธรรมะขั้นเทพในระดับพระอภิธรรมขั้นสูงสุด จะพูดถึงสภาวะของดวงจิต วาระจิต วิถีจิต การเดินทางของจิต การเคลื่อนย้ายจิตจากภพหนึ่งไปยังอีกภพหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าศึกษา น่าเล่าเรียนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นความรู้ที่มีอยู่แค่เพียงธรรมะขั้นสูงสุดเท่านั้น 3 ธรรมะทั่ว ๆ ไป จะพูดถึงแต่เรื่อง มั่งคั่ง ร่ำรวย โชคลาภ ดวงชะตา ฟ้าลิขิต ปิดทอง 9 วัด ปล่อยปลาไหล 9 ตัว ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยโค-กระบือ สะเดาะห์เคราะห์ ต่อดวงชะตา เพื่อความโชคดีมีชัย ผมจะบอกความจริงให้นะ “งมงาย” มันไม่มีอยู่จริง ๆ หรอก ส่วนเรื่องจริง ๆ คือต้องทำงาน ทำมาหากินเท่านั้น ถึงจะรวย ถึงจะ มั่งคั่ง มั่งมี ถึงจะไม่อดตาย แต่ธรรมะขั้นเทพ ในระดับอภิธรรมขั้นสูงสุด จะพูดถึงเรื่องขั้นตอนกระบวนการออกจากการเวียนว่ายตายเกิด ออกจากภพภูมิทั้ง 31 ภพภูมิ เนื่องจากว่า ชีวิตใน 31 ภพภูมินั้น มีแต่ความทุกข์ ความน่าเบื่อหน่าย ความวุ่นวาย ความน่ารำคาญ ความเหนื่อยล้า และอ่อนเพลียเต็มที กับชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับความจน ความเจ็บ ความทุกข์ยาก ลำบากกาย การได้หลีกหนีออกจากวงจร เกิด เกิด ตาย ตาย แล้วก็เกิดอีก ตายอีก เป็นแบบนี้ตลอดไป ไม่มีวันจบสิ้น การได้หลีกหนีออกไปนั้น คือเป้าหมายสูงสุด และเป็นสิ่งที่ท้าทายผู้มีปัญญาทุก ๆ คน ฉะนั้น ในธรรมะระดับสูงสุด จึงกล่าวถึงเฉพาะการออกจากวงจรการเวียนว่ายตายเกิด เรียกทางศัพท์ทางด้านเทคนิคว่า วงจรปฏิจจสมุปบาท ผมก็จะขอสรุปว่า ธรรมะคือสิ่งที่ดี มีคุณค่ามีประโยชน์ จะเป็นธรรมะทั่ว ๆ ไป หรือธรรมะในระดับอภิธรรม ขอเพียงคุณเป็นคนดี ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ใช้ชีวิตในสังคมไทยแห่งนี้อย่างมีความสุขกับครอบครัวของคุณ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ในส่วนของผม ขอนำเสนอความรู้ที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เพื่อที่จะติดอาวุธทางปัญญาให้คุณ

ข้อมูลเพิ่มเติม

สินค้าที่เกี่ยวข้องดูทั้งหมด >

รีวิว

  • 5
    0%
  • 4
    0%
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%
0.0
0 รีวิว