๗ ตำนานฯ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ

๗ ตำนานสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประเทศสยามมีการต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ทั้งจากการขยายอิทธิพลของชาวตะวันตก ท่ามกลางการปฏิวัติอุตสาหกรรมและความพยายามที่จะเปิดการค้าเสรี ประเทศสยามในช่วงรัชกาลที่ ๒ และรัชกาลที่ ๓ ต้องตกอยู่ท่ามกลางอำนาจการขยายอิทธิพลของชาวตะวันตก (๑) การเจรจาต่อรองกับชาติตะวันตกในด้านการเมืองและการค้า เช่น การเจรจากับรัฐบาลอังกฤษ พ.ศ. ๒๓๙๓ สมัยรัชกาลที่ ๓ ในเรื่องของ “ขอแก้ไขสนธิสัญญาเบอร์นี” โดยมีสาระสำคัญคือ ให้สยามยกเลิกอากรขาเข้า อนุญาตให้มีการส่งข้าวออกโดยเสรี และยินยอมให้ประเทศอังกฤษตั้งสถานทูตในประเทศ เพื่อดูแลชาวอังกฤษที่อยู่ในประเทศ แต่การขอแก้ไขครั้งนี้เราต้องได้รับผลกระทบมากมาย ดังนั้นในรัชกาลที่ ๓ จึงไม่ยินยอมในการตกลง ท่ามกลางความกดดันจากประเทศมหาอำนาจ (๒) การเข้ามาของคณะผู้เผยแผ่ศาสนาคริสต์ ทั้งนิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนต์ และการเข้ามาของมิชชันนารีอเมริกัน โดยคณะเหล่านี้ได้เข้ามาถ่ายทอดอารยธรรมตะวันตกแก่สังคมสยาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องตระหนักว่า ประเทศสยามกำลังถูกคุกคามจากประเทศตะวันตกแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านมากมายก็เจอชะตากรรมแบบเดียวกับประเทศสยาม และต้องพ่ายแพ้ให้กับชาติตะวันตก เช่น พม่าถูกยึดครองโดยประเทศอังกฤษและกัมพูชาที่ถูกยึดครองโดยประเทศฝรั่งเศส ฯลฯ แต่ประเทศสยามเป็นประเทศที่สามารถก้าวพ้นภัยคุกคามจากประเทศตะวันตกมาได้ และคงรักษาเอกราชจนมาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ที่ช่วยให้ประเทศสยามหลุดพ้นจากภัยคุกคาม ถึงจะมีความยากลำบากแต่พระองค์ทรงทำทุกวิถีทาง ทั้งการปฏิรูปการปกครอง การเรียนรู้เรื่องศาสตร์ต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยี จนทำให้พระองค์แตกฉาน ทรงเข้าถึงความรู้ในพื้นฐานของสังคม อารยธรรมตะวันตก และวิเคราะห์ถึงผลอันจะเกิดขึ้นประเทศได้เป็นอย่างดี พระมหากษัตริย์ที่ช่วยให้ประเทศสยามหลุดพ้นจากภัยคุกคาม คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ด้วยพระราโชบาย (นโยบาย) “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” คือ แทนที่จะให้ประเทศสยามขัดขืนและต่อต้านไม่ให้ชาวต่างประเทศเข้ามาประเทศสยามหรือการปิดประเทศ ซึ่งพระองค์ทรงทราบดีอยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมหาอำนาจอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่จะทำให้หลุดพ้นมหาอำนาจตะวันตกได้ ประเทศสยามจะต้องพัฒนาสังคมบ้านเมืองให้มีความเจริญตามอารยธรรมตะวันตก การสร้างกติกาหรือสนธิสัญญาเพื่อเป็นอำนาจในการต่อรอง และเปิดโอกาสในการถ่ายทอดความเจริญต่างๆ จากฝั่งตะวันตก เช่น การศึกษา การปกครอง ประเพณี การทหาร การสื่อสารและคมนาคม ยอมปรับเปลี่ยนลดเพิ่มเพื่อความเป็นอยู่ของชาวสยามอย่างมีความสุข สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ประเทศรอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกจนมาถึงทุกวันนี้ ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้พระองค์ทรงถูกยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูป” ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ในด้านวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่า “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และพระราชกรณียกิจในด้านการส่งเสริมการพิมพ์และการเผยแพร่ข้อมูลแก่ประชาชนไทย จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งนิเทศศาสตร์ไทย”
จำนวน :

1

149.00 บาท

60.00 บาท

"คุณประหยัดไป 89.00 บาท (59.73 %)"

Add to Wish List

รายละเอียด

๗ ตำนานสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประเทศสยามมีการต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ทั้งจากการขยายอิทธิพลของชาวตะวันตก ท่ามกลางการปฏิวัติอุตสาหกรรมและความพยายามที่จะเปิดการค้าเสรี ประเทศสยามในช่วงรัชกาลที่ ๒ และรัชกาลที่ ๓ ต้องตกอยู่ท่ามกลางอำนาจการขยายอิทธิพลของชาวตะวันตก (๑) การเจรจาต่อรองกับชาติตะวันตกในด้านการเมืองและการค้า เช่น การเจรจากับรัฐบาลอังกฤษ พ.ศ. ๒๓๙๓ สมัยรัชกาลที่ ๓ ในเรื่องของ “ขอแก้ไขสนธิสัญญาเบอร์นี” โดยมีสาระสำคัญคือ ให้สยามยกเลิกอากรขาเข้า อนุญาตให้มีการส่งข้าวออกโดยเสรี และยินยอมให้ประเทศอังกฤษตั้งสถานทูตในประเทศ เพื่อดูแลชาวอังกฤษที่อยู่ในประเทศ แต่การขอแก้ไขครั้งนี้เราต้องได้รับผลกระทบมากมาย ดังนั้นในรัชกาลที่ ๓ จึงไม่ยินยอมในการตกลง ท่ามกลางความกดดันจากประเทศมหาอำนาจ (๒) การเข้ามาของคณะผู้เผยแผ่ศาสนาคริสต์ ทั้งนิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนต์ และการเข้ามาของมิชชันนารีอเมริกัน โดยคณะเหล่านี้ได้เข้ามาถ่ายทอดอารยธรรมตะวันตกแก่สังคมสยาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องตระหนักว่า ประเทศสยามกำลังถูกคุกคามจากประเทศตะวันตกแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านมากมายก็เจอชะตากรรมแบบเดียวกับประเทศสยาม และต้องพ่ายแพ้ให้กับชาติตะวันตก เช่น พม่าถูกยึดครองโดยประเทศอังกฤษและกัมพูชาที่ถูกยึดครองโดยประเทศฝรั่งเศส ฯลฯ แต่ประเทศสยามเป็นประเทศที่สามารถก้าวพ้นภัยคุกคามจากประเทศตะวันตกมาได้ และคงรักษาเอกราชจนมาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ที่ช่วยให้ประเทศสยามหลุดพ้นจากภัยคุกคาม ถึงจะมีความยากลำบากแต่พระองค์ทรงทำทุกวิถีทาง ทั้งการปฏิรูปการปกครอง การเรียนรู้เรื่องศาสตร์ต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยี จนทำให้พระองค์แตกฉาน ทรงเข้าถึงความรู้ในพื้นฐานของสังคม อารยธรรมตะวันตก และวิเคราะห์ถึงผลอันจะเกิดขึ้นประเทศได้เป็นอย่างดี พระมหากษัตริย์ที่ช่วยให้ประเทศสยามหลุดพ้นจากภัยคุกคาม คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ด้วยพระราโชบาย (นโยบาย) “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” คือ แทนที่จะให้ประเทศสยามขัดขืนและต่อต้านไม่ให้ชาวต่างประเทศเข้ามาประเทศสยามหรือการปิดประเทศ ซึ่งพระองค์ทรงทราบดีอยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมหาอำนาจอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่จะทำให้หลุดพ้นมหาอำนาจตะวันตกได้ ประเทศสยามจะต้องพัฒนาสังคมบ้านเมืองให้มีความเจริญตามอารยธรรมตะวันตก การสร้างกติกาหรือสนธิสัญญาเพื่อเป็นอำนาจในการต่อรอง และเปิดโอกาสในการถ่ายทอดความเจริญต่างๆ จากฝั่งตะวันตก เช่น การศึกษา การปกครอง ประเพณี การทหาร การสื่อสารและคมนาคม ยอมปรับเปลี่ยนลดเพิ่มเพื่อความเป็นอยู่ของชาวสยามอย่างมีความสุข สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ประเทศรอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกจนมาถึงทุกวันนี้ ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้พระองค์ทรงถูกยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูป” ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ในด้านวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่า “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และพระราชกรณียกิจในด้านการส่งเสริมการพิมพ์และการเผยแพร่ข้อมูลแก่ประชาชนไทย จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งนิเทศศาสตร์ไทย”

ข้อมูลเพิ่มเติม

รีวิว

  • 5
    0%
  • 4
    0%
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%
0.0
0 รีวิว