รายละเอียด : ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน (Silen Spring)
'หนึ่งในหนังสือเพียงไม่กี่เล่ม ที่เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง... ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน เป็นหนังสือที่ในวันนี้ยิ่งควรต้องอ่าน'
'ราเชล คาร์สันให้ความรู้แก่โลก... ถ้าให้เลือกว่าหนังสือที่เขียนโดยคนคนเดียวเล่มใดเป็นสาหลักของขบวนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คนส่วนใหญ่ยอมเลือกฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน อย่างไม่ต้องสงสัย ผลกระทบของหนังสือปรากฏขึ้นในทันที ส่งผลไปกว้างไกล และเสริมสร้างคุณค่าชีวิต.. เป็นหนังสือที่บรรลุผลมากที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่เคยมีมา'
คำนำ : ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน (Silen Spring)
การรับโอกาสให้เขียนคำนำของหนังสือ ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน ของราเชล คาร์สัน ฉบับครบรอบ ๕๐ ปี ถือเป็นเกียรติอย่างสูงและเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง เกียรตินั้นคือ การได้กล่าวสดุดียกย่องหนังสือว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาที่ทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่เคยมีมา ความรับผิดชอบคือ การที่จะต้องพยายามทำให้หนังสือเล่มนี้แพร่หลายเข้าถึงคนอ่านให้กว้างขวางยิ่งขึ้นอีก เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกดังนั้นการตีพิมพ์ซ้ำในครั้งนี้ซึ่งจะทำให้คนรุ่นใหม่อีกรุ่นหนึ่งมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
ดิฉันมาประจักษ์ถึงอิทธิพลของ ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน เป็นครั้งแรกในกลางทศวรรษ ๑๙๘๐ ตัวดิฉันเองได้เข้าร่วมกับพรรคกรียก็เพราะแรงกระตุ้นจากงานเขียนด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอีกเลมหนึ่ง คือ หยังสือ Seeing Greem ของ โจนาธาน พอริตต์ ตั้งแต่นั้นมา ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน ก็เป็นแรงบัยดาลใจในการทำงานของดิฉันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์หาเสียงสนับสนุนในรัฐภายุโรปเพื่อห้ามใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่อันตราย หรือการส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืนในเขตไบรท์ตันพาวิเลียนซึ่งดิฉันเป็นผู้แทนราษฏร สารที่ทรงพลังของหนังสือเล่มนี้ก็ยังปรากฏอย่างแจ่มชัดในใจเสมอ
สารบัญ : ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน (Silen Spring)
- อุทาหรณ์เพื่อวันพรุ่งนี้
- ภาระที่ต้องแบกรับ
- โอสถพิษที่ปลิดปลง
- โลกสีเขียว
- หายนะที่ไม่ควรเกิดขึ้ย
- ไร้เสียงนกเจื้อยแจ้ว
- สายน้ำมรณะ
- โปรยปรายทั่วฟ้าไม่เลือกหน้า
- ภัยแฝงใกล้ตัว
- ทุกๆ หนึ่งในสี่
รีวิวโดยสำนักพิมพ์ : ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน (Silen Spring)
นับย้อนไปกว่า ๕๐ ปีที่แล้วเมื่องานเขียนเรื่อง ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน ของ ราเชล คาร์สัน ได้รับการพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ มากมาย ทั้งที่โจมตีให้ร้าย และที่ยกย่องงานเขียนเล่มนี้เป็นหนังสือแห่งทศวรรษหรือศตวรรษก็ว่าได้ ที่กระตุ้นให้สาธาณชนได้ตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมีที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมากมาย หลังจากนั้ง ๑๐ ปี รัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็ต้องประกาศไม่ให้มีการใช้สารเคมีบางตัว อาทิ ดีดีทีอันเนื่องมาจากงานเขียนชิ้นนี้
เหตุที่งานเขียนของ ราเชล คาร์สัน มีพลังต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก็ด้วยผลสำคัญๆ สองประการคือ ประการแรก เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรอบรู้เป็นอย่างดี ในหนังสือเล่มนี้เธอได้ยกหลักฐานและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาประกอลการเขียนตลอดทั้งเล่ม จึงมีความหนักแน่นในสิ่งที่กล่าวอ้างถึง ประการที่สอง เธอสามารถเขียนเรื่องราวและข้อโต้แย้งทางวิทยาศาสตร์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัว คาร์สันแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งและภาพที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงสิ้นเชิงถึงวิถีธรรมชาติที่เต็มไปด้วยความงดงามและวงจรการฟื้นตัวต้องอาศัยเวลา้เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งต่างจากวิถีอุตสาหกรรมที่กำหนดจากความจ้องการอันไม่สิ้นสุด และมักตกอยู่คนจำนวนหนึ่งและความเร่งรีบในการจัดการกับธรรมชาติ ความเปราพบางของธรรมชาติและวงจรที่มีภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา ภาพอันขัดแย้งนี่เองคือหัวใจสำคัญของหนังสือที่สร้างพลังมากกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว และเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ว่านี้ก็ยังดำรงอยู่
18 พ.ย. 2560