ซิกมันด์ ฟรอยด์ : สอนบทเรียนชีวิต

หนังสือเล่มนี้เป็นการเรียบเรียงข้อเขียนของฟรอยด์ แล้วนำมาปรับใช้กับกรณีศึกษาแต่ละกรณี ซึ่งทำให้สามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
จำนวน :

1

  • 1

145.00 บาท

137.75 บาท

"คุณประหยัดไป 7.25 บาท (5.00 %)"

"จำนวนคะแนนที่ได้รับ 5 แต้ม"

Add to cart Add to Wish List

ข้อมูลเพิ่มเติม : ซิกมันด์ ฟรอยด์ : สอนบทเรียนชีวิต


รายละเอียด : ซิกมันด์ ฟรอยด์ : สอนบทเรียนชีวิต

ซิกมันด์ ฟรอยด์ : สอนบทเรียนชีวิต

หนังสือเล่มนี้เป็นการเรียบเรียงข้อเขียนของฟรอยด์ แล้วนำมาปรับใช้กับกรณีศึกษาแต่ละกรณีไป ซึ่งทำให้สามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ทฤษฎีที่มีไว้อ่านกันในหมู่นักวิชาการจิตวิทยาเท่านั้น ในหนังสือพูดอยู่หลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมแรกที่กล่าวว่า เมื่อเกิดความสำเร็จแล้วทำไมจึงเกิดการล่มสลายพังทลายลงไปได้ หรือแม้แต่การหลุดปากพูดบางสิ่งบางอย่างทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจแต่ในจิตใต้สำนึกของคนๆ นั้นมีความรู้สึกสิ่งใดอยู่ เป็นต้น

สำนักพิมพ์สมิต


สารบัญ : ซิกมันด์ ฟรอยด์ : สอนบทเรียนชีวิต

    • บทที่ ๑ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณถูกทำลายลงไปได้อย่างไร (สำเร็จแล้วพัง)
    • บทที่ ๒ การทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ (อาการหลุดปาก และปากกาพาไป)
    • บทที่ ๓ เราเปิดเผยความลับที่ดำมืดและยากจะหยั่งถึงได้อย่างไร (ความลับในห้องนอน)
    • บทที่ ๔ เราสามารถรักภรรยาของผู้อื่นได้อย่างไร (จิตวิทยาความรัก-"วัตถุที่ถูกเลือก" และ Top Dog)
    • บทที่ ๕ จะลบครอบครัวทั้งหมดของคุณออกด้วยวิธีการที่ดีได้อย่างไร (การชิงดีชิงเด่นระหว่างพี่น้อง-Sibling Rivalry และ "ปมแอดิปัส" ที่โด่งดัง)
    • บทที่ ๖ เราจะกำจัดเรื่องตลกได้อย่างไร (ตลกไร้เดียงสา กับ ตลกซีเรียสบอกอะไรเราบ้าง?)
    • บทที่ ๗ จะลืมอดีตได้อย่างไร (ความทรงจำไม่เคยหาย แค่ถูกกลบฝัง)
    • บทที่ ๘ การทำให้ตนเองหมดความสำคัญอย่างสิ้นเชิง (จงเลิกหลงใหลตัวเอง แล้วสุขภาพจิตจะดีขึ้น)

เนื้อหาปกหลัง : ซิกมันด์ ฟรอยด์ : สอนบทเรียนชีวิต

นักจิตวิทยาชาวออสเตรียน เชื้อสายยิวถือว่าเป็นผู้วางรากฐานของการบําบัดอาการทางจิตยุคใหม่ ให้แก่วงการแพทย์ วิธีการรักษาผู้ที่คนในศตวรรษที่ 19 เรียกว่า “คนบ้า” หรือคนที่แสดงอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรงเกินเหตุที่เรียกว่า “ฮิสทีเรีย” จึงได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ฟรอยด์รักษาคนไข้ที่ป่วยทางจิตด้วยวิธีที่ “ไม่ต้องพึ่งมีดผ่าตัด” “ไม่ต้องพึ่งยา” “ไม่ต้องพึ่งพระเจ้า” การรักษาอาการทางจิตที่เขาวางรากฐานไว้คือ “การรักษาด้วยการพูดคุย” ซึ่งหมายความว่าผู้ให้การรักษาที่ดี ต้องเป็น “ผู้ฟังที่ดี” ส่วนผู้ที่เป็นหัวใจของการรักษาก็คือ คนไข้คนนั้นเอง มรดกอันล้ำค่าที่ฟรอยด์ทิ้งไว้แก่มนุษยชาติตั้งแต่เกือบแปดสิบปีที่แล้วคือการเปลี่ยนมุมมองทัศนคติและวิธีการรักษา รวมทั้งผู้รักษาจะต้องมีความเมตตา สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และใส่ใจกับผู้ป่วยเป็นพื้นฐาน ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงแนวคิดพื้นฐานที่สําคัญ ที่ปัจจุบันนี้เรียกว่า paradigm shift หนังสือเล่มนี้ฟรอยด์ช่วยบอกให้เราเข้าใจง่ายๆ ว่า เมื่อมีคนเล่าเรื่องตลกร้าย มันบอกอะไรให้เรารู้บ้าง? หรือว่าทําไมคนที่ประสบผลสําเร็จตามฝันแล้วชีวิตจึงกลับพังครืนได้ง่ายๆ? ทําไมคู่ที่คบกันมานาน มีชีวิตชีวาก่อนแต่งงาน แต่ชีวิตล่มไม่เป็นท่าเมื่อแต่งงานได้ไม่นาน? และคนที่หลงตัวเอง ต้องการแต่คําชมและเห็นตนเองสําคัญอยู่เพียงคนเดียว ชีวิตจะเป็นเช่นใด? ฯลฯ

รีวิว

  • 5
    0%
  • 4
    0%
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%
0.0
1 รีวิว