เลี้ยงลูกด้วยนิทาน

หนังสือนิทานทุกเล่มเป็นขุมทรัพย์ มิได้ไกลเหมือนสุดขอบฟ้า หากแต่ใกล้เหมือนอยู่ต่อตา อย่าลืมว่าที่ใกล้ที่สุด มีค่ามากที่สุด คือตัวเป็นๆ ของพ่อแม่ที่กำลังอ่านนิทานให้ลูกฟังนั่นเอง
จำนวน :

1

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10

195.00 บาท

175.50 บาท

"คุณประหยัดไป 19.50 บาท (10.00 %)"

"จำนวนคะแนนที่ได้รับ 7 แต้ม"

Add to cart Add to Wish List

สินค้าที่เกี่ยวข้องดูทั้งหมด >

ข้อมูลเพิ่มเติม

รายละเอียด

เลี้ยงลูกด้วยนิทาน

การเลี้ยงดูลูกรักให้เติบโตอย่างสมบูรณ์นั้น เราต้องให้ความสำคัญกับการเติบโตทางจิตใจไปพร้อมๆ กับร่างกาย นอกเหนือจากครอบครัวซึ่งคือคุณพ่อคุณแม่ ศูนย์กลางทางจิตใจของลูก ที่เป็นทั้งโรงเรียนแห่งแรก เป็นความรัก ความอบอุ่นใจ และเป็นทุกๆ อย่างที่จะเสริมสร้างพื้นฐานทางใจที่เข้มแข็งให้กับลูกรักแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นเพื่อนกับเด็กมาทุกยุคทุกสมัยแม้ในยุคปัจจุบันที่เด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่ถูกแวดล้อมด้วยข้อมูล ความรู้ สื่อต่างๆ ที่รวดเร็ว และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้วก็ตาม นั่นก็คือหนังสือ เจาะจงให้เฉพาะไปอีกนั่นก็คือหนังสือนิทาน นิทานหนึ่งเล่มให้อะไร พ่อแม่หลายท่านที่หยิบหนังสือเล่มนี้ คงรู้อำนาจของหนังสือเล่มเล็กๆ คำน้อยๆ ที่มีแต่ภาพเหล่านี้ดี แต่เรารู้หรือไม่ว่าหนังสือที่มีเพียงไม่กี่หน้าที่เราเปิดผ่าน แต่เด็กๆ กลับเปิดซ้ำ เรียกอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้นมีอะไรแฝงอยู่ สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็กจึงได้รวบรวมบทความจากคุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้เรียนรู้พัฒนาการของลูกร้ก และนิทานให้เขาฟัง รับรองว่าทั้งสนุก เข้าใจง่าย ได้ประโยชน์ ทั้งนี้เรายังหวังว่านี่จะเป็นส่วนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปเป็นหลักในการเลือกอ่านหนังสือให้ลูกรักต่อไป

คำนำ

ตอนที่ลูกนอนหงายฟังคุณแม่อ่านหนังสือ สายตามองไปที่หน้าหนังสือที่แม่เปิดให้ดู เส้นที่เห็นเหมือนอะไรนะมันคือ ตัวอักษร รวมกันเป็นคำ แล้ว ออกเสียงว่าอะไร ประสมเสียงอย่างไร หมายความว่าอะไร จะมีเด็กประมาณ 1 ใน 10 ที่ไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง และต้องการการสอนพิเศษ แต่เด็กส่วนใหญ่ลำพังพ่อแม่อ่านทุกคืน เขาจะอ่านหนังสือได้เองในเวลาต่อมา เด็กส่วนหนึ่งของโลกอ่านจากขวาไปซ้าย เด็กอีกส่วนหนึ่งอ่านจากซ้ายไปขวา และเด็กจีนอ่านจากบนลงล่าง ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม เด็กที่เป็นลูกของมนุษย์เริ่มฉีกตัวเองออกจากพัฒนาการของวานรที่ทำได้เพียงแกะเปลือกถั่ว ล้างมันฝรั่งในลำธาร หรือใช้กิ่งไม้แหย่มด ด้วยการอ่าน การอ่านเปลี่ยนสมองมนุษย์และสืบทอดสมองนี้ต่อกันมาหลายพันปีถึงปัจจุบัน หลายล้านปีที่มนุษย์ถ้ำออกล่าสัตว์ด้วยสมองที่ไม่ได้ออกแบบไว้เพื่อการอ่าน จนกระทั่ง 5,400 ปีที่แล้ว มนุษย์เริ่มขีดเขียนได้บริเวณที่ราบลุ่มซึ่งกลายเป็นอิรักทุกวันนี้ และกว่าจะประดิษฐ์อักษรได้ก็เมื่อ 3,800 ปีก่อน หลังจากนั้นมนุษย์จึงเริ่ม "อ่าน" อย่างแท้จริงทำให้สมองคนเราเปลี่ยนไปนับจากนั้นเป็นต้นมา สมองที่อ่านได้เป็นลักษณะเฉพาะของมนุษย์ วานรอ่านไม่ได้อาจจะจดจำและแกะสัญลักษณ์บางอย่างได้ แต่อ่านไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้มนุษย์สร้างอารยธรรมที่แตกต่างได้ไม่ใช่การอ่านหนังสือ แต่คือการอ่านใจคนอื่น คนเราล่วงรู้ความคิดจิตใจคนอื่นได้บ้างจากการสังเกตและคาดเดา ในขณะที่สัตว์อื่นทำไม่ได้ ความสามารถในการอ่านใจคนอื่นคือทักษะสังคม การเตรียมความพร้อมรากฐานนี้อยู่ที่ 2-6 ขวบ ซึ่งฝึกกับพ่อแม่เป็นหลักก่อนที่จะปฏิบัติการจริงเมื่ออายุ 7 ขวบ หรือเข้าชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการรวบรวมรีวิวหนังสือนิทานของหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ในเพจซึ่งมีคนติดตามกว่าแสนคน ในนิทานแต่ละเล่มที่คุณหมออ่าน จะแจกแจง แยกแยะ ถึง function ของนิทานอย่างละเอียด ว่าในแต่ละเรื่อง ภาพแต่ละหน้า สื่ออะไร และส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้อย่างวิเศษอย่างไร (เช่น ภาพสีน้ำหรือสีเทียนจะส่งผลให้เซลล์ประสาทแตกตัวมากกว่าสีจากคอมพิวเตอร์ เป็นต้น) รวมถึงการใช้นิทาน ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเล่นกับลูกเวลาอ่านนิทานด้วยกันได้อย่างไรบ้าง ในเล่มรวบรวมบทความเป็นกลุ่มๆ บท 1 ทำความรู้จักลูกและพัฒนาการผ่านหนังสือนิทาน บท 2 กระตุ้นสมอง กระตุ้นพัฒนาการ บท 3 โลก อวกาศ และเวลาของเด็กๆ บท 4 อ่านแล้วเรียนรู้คำ บท 5 เตรียมความพร้อมลูกก่อนเจอโลกกว้าง บท 6 ลูกเรียนรู้ สำคัญที่พ่อแม่เข้าใจ (หัวใจของการปลูกฝังเด็กเล็ก) เปิดโลกเรียนรู้ด้วยนิทาน สร้างเด็กดีมีความสุข

สารบัญ

    • ทำความรู้จักลูกและพัฒนาการผ่านหนังสือนิทาน
    • กระตุ้นสมอง กระตุ้นพัฒนาการ
    • โลก อวกาศ และเวลาของเด็กๆ
    • อ่านแล้วเรียนรู้คำ
    • เตรียมความพร้อมลูกก่อนเจอโลกกว้าง
    • ลูกเรียนรู้ สำคัญที่พ่อแม่เข้าใจ

เนื้อหาปกหลัง

ผู้เขียนเลือกนิทานเหล่านี้ด้วยการเดินไปตามร้านหนังสือด้วยตนเอง เพื่อสำรวจว่าเด็กสมัยนี้มีอะไรให้อ่าน สามารถนำมาชี้ให้เห็นคุณค่า (Value) และคุณค่าเพิ่ม (Value added) แก่คุณพ่อคุณแม่ให้เข้าใจได้อย่างไรว่าทั้งหมดนี้คือขุมทรัยพ์ หนังสือนิทานทุกเล่มเป็นขุมทรัพย์ มิได้ไกลเหมือนสุดขอบฟ้า หากแต่ใกล้เหมือนอยู่ต่อตา อย่าลืมว่าที่ใกล้ที่สุด มีค่ามากที่สุด คือตัวเป็นๆ ของพ่อแม่ที่กำลังอ่านนิทานให้ลูกฟังนั่นเอง

รีวิวโดยนักเขียน

พื้นที่ที่ 1 คือผจญภัยไปกับพ่อแม่ คุณพ่อคุณแม่เหนื่อยมาทั้งวัน ควรวางงาน วางทุกสิ่งอัน อาบน้ำอาบท่าให้สะอาดแล้วเข้านอนพร้อมกับลูก ควรเข้านอนตรงเวลาทุกคืน เราจะใช้เวลา 30 นาทีสุดท้ายของวันใช้ชีวิตร่วมกัน จัดสภาพแวดล้อมการนอนให้ดี ไฟไม้จ้าเกินไป ไม่มืดเกินไป ที่นอนสะอาดปราศจากข้าวของรกรุงรัง ไม่กองตุ๊กตาหรือแม้กระทั่งหนังสือเอาไว้มากเกินไป หากจำเป็นให้กั้นอาณาบริเวณมิให้เด็กเล็กคลานหรือเตาะแตะออกจากพื้นที่ได้ ด้วยในวันแรกๆ ของการอ่านหนังสือ เด็กแต่ละคนจะแสดงความสนใจไม่เท่ากัน บ้างนอนนิ่งตาแป๋วตั้งแต่ครั้งแรก บ้างคลานรอบห้องนานสามเดือนกว่าจะนอนฟังดีๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกคนจะมา อ่านนิทานมิใช่เพื่อให้รู้หนังสือ เราอ่านนิทานเพื่อให้เขาเห็นพ่อแม่ทุกวัน สร้างพ่อแม่ที่เป็นจริงขึ้นมาในจิตใจ สร้างสายสัมพันธ์กับพ่อแม่ แล้วสร้างตัวตนในที่สุด อ่านนิทานจึงเท่ากับกระบวนการสร้างตัวตน คือ self ตัวตนแข็งแรง เพื่อผจญภัยต่อไปในอนาคตอย่างแข็งแกร่ง

พื้นที่ที่ 2 คือ ผจญภัยไปในจิตใต้สำนึก นิทานจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะนิทานพื้นบ้านและเทพนิยาย มักมีพ่อมดแม่มดนิทานจำนวนหนึ่ง มีพระเอกนางเอก เจ้าชายเจ้าหญิง มีพ่อแม่ปู่ย่าตายาย มีสัตว์ประหลาด มังกร สิงสาราสัตว์สารพัดชนิด ตัวละครเหล่านี้และเนื้อเรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นสิ่งดึงดูดใจให้เด็กๆ จำนวนมากหลงใหลในนิทาน ตัวละครเหล่านี้หรือพฤติกรรมหลากหลายของตัวละครอาจจะดูพ้นอายุของเด็กๆ แต่ทุกเรื่องมีประโยชน์ต่อการพัฒนากจิตใต้สำนึก คือ unconscious ให้เด็กได้พัฒนากลไกทางจิตเพื่อเตรียมรับมือโลกแห่งความจริงที่รออยู่ในอนาคต เด็กแต่ละคนรับนิทานบางเรื่องได้แตกต่างกัน หากเด็กบางคนแสดงอาการกลัวเนื้อเรื่องบางเรื่อง เราควรหยุดอ่านเรื่องนั้นชั่วคราว หลายเดือนผ่านไปค่อยนำกลับมาทดลองอ่านใหม่ได้เสมอ

พื้นที่ที่ 3 คือผจญภัยไปในสมอง ทารกนอนฟังพ่อแม่อ่านหนังสือ สมองทำงานตลอดเวลา สมองทำงานคือ สมองพัฒนา เซลล์ประสาทเจริญเติบโตและเส้นประสาทยืดยาวออกทุกคืนๆ เวลาผ่านไป 1,000 วัน ผลต่างของโครงสร้างสมองในเด็กที่ได้ฟังพ่อแม่อ่านกับเด็กที่ไม่ได้ฟังพ่อแม่อ่านมีความแตกต่างกัน ขนาดของคลังคำต่างกันก่อนที่ชีวิตของเด็กๆ จะเปลี่ยนจากนอนฟังเป็นนั่งฟัง เดินไปเลือกหนังสือมาให้พ่อแม่อ่านด้วยตัวเอง และพร้อมออกผจญภัยโลกภายนอก สมองจะพัฒนาความสามารถดังต่อไปนี้ตามลำดับชั้น ได้แก่ animism,egocentricism, magical thinking, phenomenalistic causality รวมทั้ง placement & displacement และ space & time เราจะได้พบเห็นคำอธิบายเหล่านี้ในแต่ละบทของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเรียกรวมกันว่าระยะก่อนปฏิบัติการคือ pre-operation stage ตามทฤษฎีพัฒนาการวิธีคิดของฌอง เพียนเจต์ (Jean Piagdt 1896-1980) พ้นจากระยะก่อนปฏิบัติการจึงเป็นระยะคิดเชิงรูปธรรม คือ concrete thinking และระยะคิดเชิงนามธรรม คือ dbstract thinking ซึ่งจะมีปรากฏในอีกหลายบท แม้ว่าเด็กจะยังอยู่ในห้องนอน แต่สมองของเขาออกมาจากห้องนอนไปไกลมาก ทำไมต้องก่อนนอน เหตุผลหนึ่งคือเป็นอุบายที่จะดึงพ่อแม่มาอยู่พร้อมหน้ากับลูกทุกวัน เพียง 30 นาทีก็ยังดี อีกเหตุผลหนึ่งเพื่อสร้างวินัยการเข้านอน เด็กเล็กควรเข้านอนตรงเวลา ไม่ดึงจนเกินไป เพื่อเป็นหมุดหมายให้กิจกรรมอื่นๆ มีจังหวะเวลาของตัวเองด้วย และอีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อใช้เวลาก่อนเข้านอนนี้ช่วยปรับหรือเปิดโอกาสให้คลื่นสมองเข้าสู่ระยะสงบก่อนจะถึงเวลานอน ทั้งหมดที่พรรรณนามานี้จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นหากใช้หนังสือนิทานในท้องตลาดเป็นเครื่องมือ ผู้เขียนเลือกนิทานเหล่านี้ด้วยการเดินไปตามร้านหนังสือด้วยตนเอง เพื่อสำรวจว่าเด็กสมัยนี้มีอะไรให้อ่าน สามารถนำมาชี้ให้เห็นคุณค่า (Value) และคุณค่าเพิ่ม (value added) แก่คุณพ่อคุณแม่ให้เข้าใจได้อย่างไรว่าทั้งหมดนี้คือขุมทรัพย์ หนังสือบางเล่มหยิบมาจากตู้หนังสือลูก คือหนังสือที่เคยอ่านให้ลูกฟังเมื่อยี่สิบปีกว่าปีก่อน และลูกๆ ชอบมาก ผูกพัน ขอให้คุณพ่อคุณแม่เก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุด บางเล่มอาจจะหาซื้อไม่ได้แล้ว หนังสือที่คัดเลือกมามีทั้งราคาสูงและราคาย่อมเยา แต่ไม่มีเล่มไหนราคาแพง ราคาแพงมีความหมายว่าไม่คุ้มค่าเงินที่จ่าย แต่หนังสือนิทานสำหรับเด็กทุกเล่มคุ้มค่าเงินที่จ่าย ไม่ว่าจะราคาสูงหรือราคาย่อมเยา ดังนั้นเลือกหนังสือให้ลูกตามกำลังความสามารถได้ ไม่มีเหตุต้องกังวลว่าจะไม่มีเงินมากๆ ซื้อหนังสือราคาสูง หนังสือนิทานทุกเล่มเป็นขุมทรัพย์ มิได้ไกลเหมือนสุดขอบฟ้า หากแต่ใกล้เหมือนอยู่ต่อตา อย่างลืมว่าที่ใกลที่สุด มีค่ามากที่สุด คือตัวเป็นๆ ของพ่อแม่ที่กำลังอ่านนิทานให้ลูกฟังนั่นเอง

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

รีวิว

0 คะแนน จาก 0 คน

  • 5 Stars
    0
  • 4 Stars
    0
  • 3 Stars
    0
  • 2 Stars
    0
  • 1 Star
    0