ธรรมะหน้าเด้ง

หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่รวบรวมศาสตร์ทางด้านจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ และพุทธศาสตร์ มาอธิบายเรื่องความงามบนใบหน้า นับเป็นเป็นธรรมะประยุกต์ร่วมสมัยที่เข้ากันได้กับศาสตร์สาขาต่างๆในสมัยใหม่ และถือว่าเป็นหนังสือเล่มแรกๆเลยทีเดียวที่มีวิธีการอธิบายแบบนี้ บทแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกทางจิตที่ทำให้ใบหน้าผ่องใส ซึ่งก็คือ ปราโมทย์ (ความร่าเริง เบิกบานใจ) ปีติ (ความอิ่มใจ ปลื้มใจ) ปัสสัทธิ (ความผ่อนคลาย สงบ เย็นใจ) สุข (ความฉ่ำชื่น สบายใจ) และสมาธิ โดยหลักธรรมที่ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้คือ ศีลแปด สังควัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 อิทธิบาท 4 สติปัฏฐาน 4 ฯลฯบทที่สองและสาม เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการแพทย์ คือเรื่องระบบประสาทอัตโนมัติ และกลไกการแก่ โดยอธิบายถึงเรื่องของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ฮอร์โมน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งถือว่ายากต่อการเข้าใจ แต่ตามบรรทัดฐานของหนังสือผู้เขียนทุกเล่ม สามารถอธิบายสิ่งที่เข้าในยาก ให้เข้าใจได้โดยง่าย ในสองบทนี้ก็เช่นกัน ผู้อ่านจะเข้าใจเรื่องระบบประสาทและกลไกการแก่ ตามหลักทางการแพทย์อย่างละเอียดแต่สนุกบทที่สี่มีชื่อบทว่า “ยิ้มกันเถอะเรา” เป็นบทที่อธิบายในเชิงจิตวิทยาถึงผลดีของการยิ้ม ส่วนบทที่ห้า เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงสารทางเคมีห้าตัว ที่ทำให้ร่างกายแก่ช้าลง มีใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าวัย คือ กลูตาไธโอน โคเอนไซม์ คิวเทน ไลโคปีน เมลาโทนิน และ วิตามินอีบทที่หก เป็นเรื่องทางการแพทย์ เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อให้ใบหน้าสวยงาม ได้แก่ การจัดฟัน การทำตา เสริมจมูก ผ่าตัดดึงหน้า การร้อยไหม ทำโบท็อกซ์ และฉีดฟิวเลอร์ ส่วนบทที่เจ็ดกลับมาที่เรื่องทางจิตวิทยาและธรรมะอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของอารมณ์ต่างๆที่ทำให้ใบหน้าเศร้าหมอง บทที่แปดเป็นกลเม็ดเคล็ดลับต่างๆที่จะทำให้ใบหน้าเด้ง สดใส เช่น การลดน้ำหนัก นวดหน้า ออกกำลังกาย นอนกลางวัน เลี่ยงแสงแดด ฯลฯ ซึ่งหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงและลองทำตามได้อย่างที่แนะนำ ผู้อ่านจะมีใบหน้าที่สดใส ออร่ากระจาย เป็นที่ต้องตาต้องใจแก่ผู้พบเห็นอย่างแน่นอน
จำนวน :

1

150.00 บาท

125.00 บาท

"คุณประหยัดไป 25.00 บาท (16.67 %)"

Add to Wish List

ข้อมูลเพิ่มเติม

รายละเอียด

หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่รวบรวมศาสตร์ทางด้านจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ และพุทธศาสตร์ มาอธิบายเรื่องความงามบนใบหน้า นับเป็นเป็นธรรมะประยุกต์ร่วมสมัยที่เข้ากันได้กับศาสตร์สาขาต่างๆในสมัยใหม่ และถือว่าเป็นหนังสือเล่มแรกๆเลยทีเดียวที่มีวิธีการอธิบายแบบนี้ บทแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกทางจิตที่ทำให้ใบหน้าผ่องใส ซึ่งก็คือ ปราโมทย์ (ความร่าเริง เบิกบานใจ) ปีติ (ความอิ่มใจ ปลื้มใจ) ปัสสัทธิ (ความผ่อนคลาย สงบ เย็นใจ) สุข (ความฉ่ำชื่น สบายใจ) และสมาธิ โดยหลักธรรมที่ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้คือ ศีลแปด สังควัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 อิทธิบาท 4 สติปัฏฐาน 4 ฯลฯบทที่สองและสาม เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการแพทย์ คือเรื่องระบบประสาทอัตโนมัติ และกลไกการแก่ โดยอธิบายถึงเรื่องของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ฮอร์โมน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งถือว่ายากต่อการเข้าใจ แต่ตามบรรทัดฐานของหนังสือผู้เขียนทุกเล่ม สามารถอธิบายสิ่งที่เข้าในยาก ให้เข้าใจได้โดยง่าย ในสองบทนี้ก็เช่นกัน ผู้อ่านจะเข้าใจเรื่องระบบประสาทและกลไกการแก่ ตามหลักทางการแพทย์อย่างละเอียดแต่สนุกบทที่สี่มีชื่อบทว่า “ยิ้มกันเถอะเรา” เป็นบทที่อธิบายในเชิงจิตวิทยาถึงผลดีของการยิ้ม ส่วนบทที่ห้า เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงสารทางเคมีห้าตัว ที่ทำให้ร่างกายแก่ช้าลง มีใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าวัย คือ กลูตาไธโอน โคเอนไซม์ คิวเทน ไลโคปีน เมลาโทนิน และ วิตามินอีบทที่หก เป็นเรื่องทางการแพทย์ เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อให้ใบหน้าสวยงาม ได้แก่ การจัดฟัน การทำตา เสริมจมูก ผ่าตัดดึงหน้า การร้อยไหม ทำโบท็อกซ์ และฉีดฟิวเลอร์ ส่วนบทที่เจ็ดกลับมาที่เรื่องทางจิตวิทยาและธรรมะอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของอารมณ์ต่างๆที่ทำให้ใบหน้าเศร้าหมอง บทที่แปดเป็นกลเม็ดเคล็ดลับต่างๆที่จะทำให้ใบหน้าเด้ง สดใส เช่น การลดน้ำหนัก นวดหน้า ออกกำลังกาย นอนกลางวัน เลี่ยงแสงแดด ฯลฯ ซึ่งหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงและลองทำตามได้อย่างที่แนะนำ ผู้อ่านจะมีใบหน้าที่สดใส ออร่ากระจาย เป็นที่ต้องตาต้องใจแก่ผู้พบเห็นอย่างแน่นอน

รีวิว

  • 5
    0%
  • 4
    0%
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%
0.0
0 รีวิว