น้ำผึ้งพระจันทร์ในรอยทราย

เผ่าอัซรี ชนเผ่าที่ทรนงและกล้าหาญกำลังเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมและความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่และอนาคตของพวกเขา ทำให้ อะซัล หลานสาวของหัวหน้าเผ่าอัซรีตัดสินใจที่จะไม่ยอมรับชะตากรรมที่ถูกโชคชะตายัดเยียดให้ เพราะไม่สามารถทนเห็นคนในเผ่ารอคอยความตายได้อีกต่อไป เธอจึงวางแผนเรียกร้องความสนใจของ อิเมียร์อับดุลลาห์เจ้าผู้ครองรัฐอาณาจักรชาห์รุก...ด้วยการจับเจ้าชายดาร์ยุช พระโอรสองค์เล็กขององค์อิเมียรเป็นตัวประกันมันเป็นแผนการที่บ้าระห่ำ และเปี่ยมไปด้วยภัยอันตราย แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือ เจ้าชายดาร์ยุช เป็นเจ้าชายเสเพลที่ใช้ชีวิตอย่างเหลวไหลไปวันๆ จนเป็นที่เหนื่อยหน่ายของอิเมียร์อับดุลลาห์ อาจไม่ใช่เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จของภารกิจนี้ และอาจทำให้แผนการของอะซัลพังทลายลงเสียเอง “เจ้าควรหัดพูดจากับข้าให้มันดีๆ ได้แล้วนะ อย่าลืมว่าข้าก็คือเจ้าชายดาร์ยุช พระโอรสองค์เล็กของอิเมียร์อับดุลลาห์” “ข้าก็เห็นท่านเที่ยวบอก เที่ยวย้ำความจริงข้อนั้นอยู่เรื่อย” อะซัลโต้ตอบอย่างที่ไม่เคยมีใครหาญกล้าพูดกับเจ้าชายดาร์ยุชมาก่อน “ท่านคิดว่าท่านดีกว่าและเหนือกว่าผู้อื่นเพียงเพราะท่านเกิดมาเป็นพระโอรสขององค์อิเมียร์อย่างนั้นหรือ ตราบใดที่ท่านไม่ทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นพระโอรสขององค์อิเมียร์...คำว่าเจ้าชายที่ผู้คนเรียกขานท่านก็เป็นเพียงตำแหน่งที่ว่างเปล่าที่ปราศจากความเคารพและความเชื่อถือ” “บังอาจ! เจ้าไม่ต้องมาทำเป็นสั่งสอนข้า” ตัวประกันผู้สูงศักดิ์ตะหวาดอย่างเหลืออด “ข้าไม่ได้สอน...ท่านเคยเห็นใครต้องมาเที่ยวป่าวประกาศศักดาของพระอาทิตย์บ้างหรือไม่ว่า พระอาทิตย์ทรงพลังแค่ไหน ทุกเช้าที่สว่างไสวขึ้น ทุกคนก็ตระหนักว่าพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ใครที่กล้าที่จะท้าทายพระอาทิตย์ด้วยการตากแดดตอนกลางวัน ก็ย่อมรู้ว่าจะต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด ไม่โดนแผดเผาจนตัวไหม้เกรียมก็ต้องปวดหัวจนแทบระเบิด ใครกล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับพระอาทิตย์ก็ต้องตาบอด...พระอาทิตย์แสดงอนุภาพด้วยการกระทำ มิใช่คำพูด” ปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเสี่ยงภัยนี้ จะทำให้นักรบสาวและเจ้าชายหนุ่มได้ค้นพบตัวตนอันแท้จริงของตัวเอง ที่จะพลิกผันชะตาชีวิตของคนทั้งสองไปชั่วนิรันดร์
จำนวน :

1

289.00 บาท

229.00 บาท

"คุณประหยัดไป 60.00 บาท (20.76 %)"

Add to Wish List

ข้อมูลเพิ่มเติม

รายละเอียด

เผ่าอัซรี ชนเผ่าที่ทรนงและกล้าหาญกำลังเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมและความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่และอนาคตของพวกเขา ทำให้ อะซัล หลานสาวของหัวหน้าเผ่าอัซรีตัดสินใจที่จะไม่ยอมรับชะตากรรมที่ถูกโชคชะตายัดเยียดให้ เพราะไม่สามารถทนเห็นคนในเผ่ารอคอยความตายได้อีกต่อไป เธอจึงวางแผนเรียกร้องความสนใจของ อิเมียร์อับดุลลาห์เจ้าผู้ครองรัฐอาณาจักรชาห์รุก...ด้วยการจับเจ้าชายดาร์ยุช พระโอรสองค์เล็กขององค์อิเมียรเป็นตัวประกันมันเป็นแผนการที่บ้าระห่ำ และเปี่ยมไปด้วยภัยอันตราย แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือ เจ้าชายดาร์ยุช เป็นเจ้าชายเสเพลที่ใช้ชีวิตอย่างเหลวไหลไปวันๆ จนเป็นที่เหนื่อยหน่ายของอิเมียร์อับดุลลาห์ อาจไม่ใช่เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จของภารกิจนี้ และอาจทำให้แผนการของอะซัลพังทลายลงเสียเอง “เจ้าควรหัดพูดจากับข้าให้มันดีๆ ได้แล้วนะ อย่าลืมว่าข้าก็คือเจ้าชายดาร์ยุช พระโอรสองค์เล็กของอิเมียร์อับดุลลาห์” “ข้าก็เห็นท่านเที่ยวบอก เที่ยวย้ำความจริงข้อนั้นอยู่เรื่อย” อะซัลโต้ตอบอย่างที่ไม่เคยมีใครหาญกล้าพูดกับเจ้าชายดาร์ยุชมาก่อน “ท่านคิดว่าท่านดีกว่าและเหนือกว่าผู้อื่นเพียงเพราะท่านเกิดมาเป็นพระโอรสขององค์อิเมียร์อย่างนั้นหรือ ตราบใดที่ท่านไม่ทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นพระโอรสขององค์อิเมียร์...คำว่าเจ้าชายที่ผู้คนเรียกขานท่านก็เป็นเพียงตำแหน่งที่ว่างเปล่าที่ปราศจากความเคารพและความเชื่อถือ” “บังอาจ! เจ้าไม่ต้องมาทำเป็นสั่งสอนข้า” ตัวประกันผู้สูงศักดิ์ตะหวาดอย่างเหลืออด “ข้าไม่ได้สอน...ท่านเคยเห็นใครต้องมาเที่ยวป่าวประกาศศักดาของพระอาทิตย์บ้างหรือไม่ว่า พระอาทิตย์ทรงพลังแค่ไหน ทุกเช้าที่สว่างไสวขึ้น ทุกคนก็ตระหนักว่าพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ใครที่กล้าที่จะท้าทายพระอาทิตย์ด้วยการตากแดดตอนกลางวัน ก็ย่อมรู้ว่าจะต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด ไม่โดนแผดเผาจนตัวไหม้เกรียมก็ต้องปวดหัวจนแทบระเบิด ใครกล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับพระอาทิตย์ก็ต้องตาบอด...พระอาทิตย์แสดงอนุภาพด้วยการกระทำ มิใช่คำพูด” ปฏิบัติการที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเสี่ยงภัยนี้ จะทำให้นักรบสาวและเจ้าชายหนุ่มได้ค้นพบตัวตนอันแท้จริงของตัวเอง ที่จะพลิกผันชะตาชีวิตของคนทั้งสองไปชั่วนิรันดร์

รีวิว

  • 5
    0%
  • 4
    0%
  • 3
    0%
  • 2
    0%
  • 1
    0%
0.0
0 รีวิว